เชียงใหม่, ประเทศไทย
#สกรีนเสื้อ#เจ้าของแบรนด์#สร้างแบรนด์เสื้อยืด

สกรีนลายการ์ตูน โลโก้ ลิขสิทธิ์ อะไรทำได้ไม่ได้

20 กันยายน 2569
นักออกแบบกำลังวาดตัวการ์ตูนของตัวเองลงกระดาษด้วยปากกาสีบนโต๊ะไม้ ข้างๆ มีเสื้อยืดคอตตอนสีพื้นพับวางอยู่

การทำซ้ำหรือดัดแปลงลายการ์ตูน ภาพ หรือโลโก้ของคนอื่นลงเสื้อโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 27 โทษปรับ 20,000-200,000 บาท ถ้าทำเพื่อการค้าเพิ่มเป็นจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี ส่วนการทำใส่เองมีข้อยกเว้นอยู่ แต่มีเงื่อนไขที่ต้องเข้าให้ครบ

คำถามนี้วนกลับมาในกระทู้ Pantip ทุกปี และคำตอบที่คนตอบกันเองก็มักจะหยุดอยู่แค่ "ไม่ขายก็ไม่ผิด" ซึ่งไม่ตรงกับตัวบท ความจริงคือกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีอย่างน้อยสามฉบับคนละเรื่องกัน และแต่ละฉบับมีเส้นแบ่งของตัวเอง

สกรีนใส่เองตัวเดียว ไม่ได้ขาย ผิดลิขสิทธิ์ไหม

การสกรีนลายการ์ตูนที่มีลิขสิทธิ์ใส่เองไม่ได้ผ่านอัตโนมัติ แต่มีโอกาสเข้าข้อยกเว้นได้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 27 กำหนดว่าการ ทำซ้ำหรือดัดแปลง งานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการละเมิด โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องขายหรือไม่ขายเลย การเอาไฟล์ลายมาสั่งสกรีนลงเสื้อ = ทำซ้ำ ตั้งแต่วินาทีที่หมึกลงผ้า

ที่ทำให้การใส่เองมักไม่มีปัญหา คือมาตรา 32 ซึ่งวางข้อยกเว้นไว้สองชั้น ชั้นแรกเป็นเงื่อนไขใหญ่ที่ต้องผ่านก่อนเสมอ คือการกระทำนั้นต้อง ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ตามปกติ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร ชั้นที่สองคือรายการการใช้งานที่กฎหมายระบุไว้ ซึ่งข้อ (2) พูดถึงการใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือของครอบครัวและญาติสนิท

อ่านสองชั้นนี้ต่อกันจะเห็นเส้นแบ่งชัดขึ้น เสื้อตัวเดียวใส่เองอยู่คนละโลกกับการสั่ง 50 ตัวแจกในงานแฟนมีตติ้งที่มีคนจ่ายค่าเข้า หรือเสื้อที่ "แจกฟรี" แต่แจกเป็นของแถมเพื่อดันยอดขายสินค้าอื่น กรณีหลังสองอันนั้นกระทบการหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ตรง ๆ เพราะเขาก็ขายสินค้าลิขสิทธิ์ของเขาอยู่

อีกจุดที่คนมองข้าม คือมาตรา 32 ไม่ได้เขียนตัวเลข "กี่ตัว" หรือ "กี่เปอร์เซ็นต์" ไว้เลย กฎหมายใช้คำเชิงคุณภาพล้วน ๆ ใครที่รออ่านเพดานจำนวนตัวที่ปลอดภัย จะไม่เจอในตัวบท

ทำเสื้อลายอนิเมะขาย โทษหนักแค่ไหน

การผลิตเสื้อลายลิขสิทธิ์ออกขายมีโทษสองชั้น ขึ้นกับว่าคุณเป็นคนทำหรือคนขาย มาตรา 69 กำหนดโทษของคนที่ละเมิดตามมาตรา 27 ไว้ที่ ปรับ 20,000-200,000 บาท และถ้าการละเมิดนั้นกระทำ เพื่อการค้า โทษขยับเป็น จำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000-800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนคนที่ไม่ได้พิมพ์เอง แต่รับของมาขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขายทั้งที่รู้ว่าเป็นของละเมิด เข้ามาตรา 31 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 70 คือปรับ 10,000-100,000 บาท และถ้าเพื่อการค้าเป็นจำคุก 3 เดือนถึง 2 ปี หรือปรับ 50,000-400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สามมาตราท้าย พ.ร.บ. เป็นส่วนที่คนทำเสื้อควรอ่านมากที่สุด แต่แทบไม่มีใครพูดถึง

  • มาตรา 75 — เสื้อที่ละเมิดทั้งล็อตตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ และ สิ่งที่ใช้ในการกระทำความผิดให้ริบเสียทั้งสิ้น แปลว่าไม่ได้เสียแค่สินค้า แต่เครื่องมือที่ใช้ผลิตก็อยู่ในข่ายถูกริบ
  • มาตรา 76 — ค่าปรับที่ชำระตามคำพิพากษา จ่ายให้เจ้าของลิขสิทธิ์ กึ่งหนึ่ง และเจ้าของยังฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายส่วนที่เกินได้อีก คดีอาญาจบไม่ได้แปลว่าจบ
  • มาตรา 74 — ถ้าผู้กระทำผิดเป็นนิติบุคคล ให้ถือว่ากรรมการหรือผู้จัดการทุกคนเป็นผู้ร่วมกระทำผิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รู้เห็นหรือยินยอม จดบริษัทไม่ได้เป็นเกราะกันตัวบุคคล

รวม ๆ แล้วโครงสร้างโทษถูกออกแบบมาให้การทำขายแพงกว่าการซื้อลิขสิทธิ์มาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่แบรนด์เสื้อที่ตั้งใจอยู่ยาวแทบทุกเจ้าเลือกออกแบบลายเอง

ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิในภาพบุคคล คนละเรื่องกัน

สามคำนี้ถูกเรียกรวมว่า "ติดลิขสิทธิ์" ในภาษาพูด แต่เป็นกฎหมายคนละฉบับ คนละโทษ และผ่านอันหนึ่งไม่ได้แปลว่าผ่านอีกสองอัน

ลิขสิทธิ์ คุ้มครองตัวงานสร้างสรรค์ — ลายเส้นตัวละคร ภาพวาด ภาพถ่าย กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุชัดว่าลิขสิทธิ์ "เป็นสิทธิที่กฎหมายให้ความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องจดทะเบียน" ฉะนั้นการที่ลายไม่มีเครื่องหมาย © หรือค้นทะเบียนแล้วไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าลายนั้นว่าง

เครื่องหมายการค้า คุ้มครองโลโก้และเครื่องหมายที่ใช้กับสินค้า อยู่ใต้ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 108 กำหนดโทษผู้ปลอมเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรไว้ที่จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 109 เรื่องการ "เลียน" เครื่องหมายเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และมาตรา 110 ลากไปถึงคนที่นำเข้า ขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อขายสินค้าที่มีเครื่องหมายปลอมหรือเลียนนั้น โดยรับโทษเดียวกัน

นี่คือเหตุผลที่การเอาโลโก้แบรนด์กีฬาหรือแบรนด์แฟชั่นมาสกรีนบนเสื้อขาย เป็นคนละความผิดกับการก๊อปลายการ์ตูน และหนักได้พอ ๆ กัน

สิทธิในภาพบุคคล เป็นชั้นที่สาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 นิยามข้อมูลส่วนบุคคลว่า "ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้" ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ภาพใบหน้าที่ดูแล้วรู้ว่าใครจึงเข้านิยามนี้ และมาตรา 19 วางหลักว่าการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยต้องได้รับความยินยอม เว้นแต่เข้าฐานอื่นตามมาตรา 24 คำถามยอดฮิตแบบ "วาดดาราเป็นการ์ตูนแล้วพิมพ์ขาย" จึงไม่จบที่ลิขสิทธิ์อย่างเดียว เพราะยังมีทั้งภาพต้นฉบับที่ช่างภาพถือลิขสิทธิ์อยู่ และตัวบุคคลในภาพอีกชั้นหนึ่ง

วาดใหม่เอง แก้ไปหน่อย หรือใส่แค่ชื่อเรื่อง รอดไหม

การวาดใหม่ด้วยลายเส้นตัวเองไม่ได้ลบความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ เพราะมาตรา 27 เขียนครอบคลุมทั้ง "ทำซ้ำ" และ "ดัดแปลง" การจับตัวละครเดิมมาเปลี่ยนท่า เปลี่ยนสี หรือวาดเป็นสไตล์ชิบิ ยังเป็นการหยิบงานเดิมมาต่อยอด ไม่ใช่การสร้างงานใหม่ที่ไม่เกี่ยวกัน

ส่วนสูตรยอดนิยมอย่าง "แก้เกิน 30% แล้วปลอดภัย" ไม่มีอยู่ในตัวบทฉบับไหน สิ่งที่มาตรา 32 ใช้ตัดสินคือคำถามเชิงคุณภาพสองข้อเดิม ว่าขัดต่อการหาประโยชน์ตามปกติของงานหรือไม่ และกระทบสิทธิเจ้าของเกินสมควรหรือไม่ เสื้อที่แก้ไป 50% แต่คนเห็นแล้วรู้ทันทีว่าตัวละครอะไร ก็ยังแย่งตลาดสินค้าลิขสิทธิ์ของเจ้าของอยู่ดี

กรณีพิมพ์แค่ชื่อเรื่องหรือชื่อตัวละครเป็นตัวอักษรเฉย ๆ เป็นคนละคำถาม และคำตอบมักไม่ได้อยู่ที่ลิขสิทธิ์ แต่ไปโผล่ที่เครื่องหมายการค้า เพราะชื่อผลงานดัง ๆ มักถูกจดทะเบียนไว้กับสินค้าหลายจำพวกรวมถึงเสื้อผ้า และเครื่องหมายการค้าต่ออายุได้เรื่อย ๆ ไม่มีวันหมดเหมือนลิขสิทธิ์

เรื่องอายุความคุ้มครองเองก็ไม่ได้ตอบง่ายอย่างที่คิด มาตรา 19 ให้ลิขสิทธิ์อยู่ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์และต่อไปอีก 50 ปีหลังเสียชีวิต ขณะที่มาตรา 22 ให้งานศิลปประยุกต์มีอายุเพียง 25 ปีนับแต่สร้างสรรค์ หรือนับแต่โฆษณา ตัวละครหนึ่งตัวจะตกอยู่ใต้มาตราไหนจึงเป็นประเด็นสู้กันได้จริง Workpoint Today เคยรายงานกรณีโดราเอมอนที่คำพิพากษาฎีกาสองฉบับจัดประเภทต่างกัน — ฎีกาที่ 5756/2551 มองเป็นงานศิลปประยุกต์ อายุ 25 ปี ส่วนฎีกาที่ 5341/2553 มองเป็นงานศิลปกรรม อายุ 50 ปี โดยตัวการ์ตูนโฆษณาครั้งแรกวันที่ 1 ธันวาคม 2512 และรายงานชิ้นเดียวกันชี้ว่าต่อให้ลิขสิทธิ์สิ้นอายุ ก็ยังเหลือชั้นเครื่องหมายการค้ารออยู่

บทสรุปเชิงปฏิบัติคือ อย่าใช้ "ตัวการ์ตูนนี้เก่ามากแล้ว" เป็นเหตุผลตัดสินใจ ถ้าไม่ได้ตรวจสอบมาจริง ๆ

ลายที่เอาไปสกรีนได้สบายใจ

ลายที่ปลอดภัยที่สุดคือลายที่คุณถือสิทธิ์เอง รองลงมาคือลายที่มีใบอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และกลุ่มสุดท้ายคือวัตถุดิบสาธารณะที่ต้องอ่านเงื่อนไขก่อนใช้ทุกครั้ง

ภาพสต็อกฟรีไม่เท่ากับใช้บนสินค้าได้ เป็นจุดที่พลาดกันบ่อยที่สุด สัญญาอนุญาตของ Pexels เขียนตรง ๆ ว่าห้าม "ขายสำเนาภาพหรือวิดีโอที่ไม่ได้ดัดแปลง เช่น เป็นโปสเตอร์ งานพิมพ์ หรือบนสินค้าที่จับต้องได้ โดยไม่ได้แก้ไขก่อน" และยังห้ามทำให้เข้าใจว่าคนหรือแบรนด์ในภาพรับรองสินค้าของคุณ รวมถึงห้ามเอาภาพไปเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้า ฝั่ง Unsplash ก็ระบุว่าภาพ "ขายต่อไม่ได้หากไม่ได้ดัดแปลงอย่างมีนัยสำคัญ" แปลว่าการโหลดภาพสวย ๆ มาวางกลางอกเสื้อแล้วขาย คือสิ่งที่สัญญาทั้งสองเจ้าห้ามไว้ชัด

ฟอนต์มีเงื่อนไขของตัวเอง ฟอนต์ไทยฟรีจำนวนมากใช้เชิงพาณิชย์ได้จริง สัญญาอนุญาตของ f0nt.com อนุญาตให้ใช้ฟอนต์ในงานออกแบบเชิงพาณิชย์และงานรับจ้างลูกค้าได้ แต่ห้ามนำไฟล์ฟอนต์ไปขายหรือแจกซ้ำบนเว็บอื่น และระบุว่าเงื่อนไขเฉพาะของผู้สร้างแต่ละฟอนต์มีผลเหนือข้อกำหนดกลาง ฉะนั้นเวลาโหลดฟอนต์มาทำลายเสื้อขาย ให้เปิดไฟล์อ่านเงื่อนไขที่แนบมาด้วยเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ว่าโหลดฟรี

ภาพจาก AI มีเงื่อนไขการใช้งานเชิงพาณิชย์ต่างกันไปในแต่ละบริการ และบางเจ้าแยกสิทธิ์ตามแพ็กเกจที่จ่าย ต้องเปิดอ่านของเจ้าที่ใช้เอง อีกความเสี่ยงที่ไม่หายไปเพราะเป็น AI คือถ้าสั่งให้สร้างภาพออกมาคล้ายตัวละครที่มีลิขสิทธิ์จนคนดูรู้ว่าเป็นใคร ผลลัพธ์ก็ยังเข้าข่ายงานดัดแปลงตามมาตรา 27 ได้อยู่

ลายที่ออกแบบเอง จบทุกปัญหาข้างบนในทีเดียว และยังได้เปรียบเชิงธุรกิจด้วย เพราะลายลิขสิทธิ์คนอื่นสร้างแบรนด์ให้เจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่ได้สร้างให้คุณ ถ้ายังไม่มีคนออกแบบ โรงงาน Anajak T-Shirt มีบริการออกแบบลายเสื้อให้ก่อนผลิต และถ้าอยากรู้ว่าไฟล์ที่ได้ต้องอยู่ในสภาพไหนถึงสกรีนออกมาคม อ่านวิธีเตรียมไฟล์อาร์ตเวิร์กก่อนส่งสกรีนต่อได้ คนที่กำลังคิดจะทำขายจริงจัง แนะนำให้ดูแนวทางเริ่มต้นทำแบรนด์เสื้อยืดควบไปด้วย

คำถามที่คนทำเสื้อถามบ่อย

สกรีนเสื้อลายการ์ตูนใส่เองตัวเดียว ไม่ได้ขาย ผิดลิขสิทธิ์ไหม

การสกรีนลงเสื้อคือการทำซ้ำตามมาตรา 27 อยู่แล้ว แต่มาตรา 32 เปิดข้อยกเว้นให้การใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือครอบครัวและญาติสนิท โดยต้องไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานตามปกติ และไม่กระทบสิทธิเจ้าของเกินสมควร เสื้อตัวเดียวใส่เองจึงเข้าเงื่อนไขได้ แต่ไม่ใช่ใบผ่านอัตโนมัติ

ทำเสื้อลายอนิเมะขายทางไอจี ถ้าโดนจับโทษสูงสุดเท่าไหร่

มาตรา 69 กำหนดว่าการละเมิดเพื่อการค้า มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับ 100,000-800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นมาตรา 75 ให้ริบสิ่งที่ใช้กระทำความผิด และมาตรา 76 ให้จ่ายค่าปรับแก่เจ้าของลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่ง โดยเจ้าของยังฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้อีก

เอาโลโก้แบรนด์ดังมาสกรีนเสื้อใส่ในทีมตัวเอง ผิดกฎหมายไหม

โลโก้แบรนด์อยู่ใต้ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ซึ่งมาตรา 108 กำหนดโทษผู้ปลอมเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในราชอาณาจักรไว้ที่จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าโลโก้นั้นไม่ใช่ของคุณและไม่ได้รับอนุญาต ทางที่ปลอดภัยคือไม่ใช้

วาดตัวละครใหม่ด้วยลายเส้นของตัวเองแล้วขาย รอดไหม

มาตรา 27 ครอบคลุมทั้งการทำซ้ำและการดัดแปลง การวาดใหม่จากตัวละครเดิมจึงยังเป็นการหยิบงานของคนอื่นมาต่อยอด และไม่มีเกณฑ์เปอร์เซ็นต์ใดในกฎหมายที่บอกว่าแก้เท่าไรถึงพ้น สิ่งที่ใช้ตัดสินคือกระทบการหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของหรือไม่

โหลดภาพจากเว็บภาพฟรีมาสกรีนขายได้ไหม

ต้องอ่านสัญญาอนุญาตก่อน Pexels ห้ามขายสำเนาภาพที่ไม่ได้ดัดแปลงบนสินค้าที่จับต้องได้ และห้ามสื่อว่าคนหรือแบรนด์ในภาพรับรองสินค้าของคุณ ส่วน Unsplash ระบุว่าห้ามขายภาพต่อหากไม่ได้ดัดแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ภาพฟรีจึงไม่เท่ากับใช้บนสินค้าขายได้

ตัวการ์ตูนเก่ามากแล้ว ลิขสิทธิ์หมดอายุหรือยัง

ตอบจากอายุอย่างเดียวไม่ได้ มาตรา 19 ให้คุ้มครองตลอดชีวิตผู้สร้างสรรค์บวกอีก 50 ปี ส่วนมาตรา 22 ให้งานศิลปประยุกต์ 25 ปี และกรณีโดราเอมอนมีคำพิพากษาฎีกาสองฉบับจัดประเภทต่างกัน อีกทั้งลิขสิทธิ์หมดแล้วก็ยังเหลือเครื่องหมายการค้าที่ต่ออายุได้ไม่จำกัด

ถ้าลูกค้าส่งลายละเมิดมาให้โรงงานพิมพ์ ใครรับผิด

กฎหมายดูที่การกระทำของแต่ละคน มาตรา 27 จับคนที่ทำซ้ำหรือดัดแปลง มาตรา 31 จับคนที่ขายหรือมีไว้เพื่อขายทั้งที่รู้ว่าเป็นของละเมิด และมาตรา 74 ให้กรรมการหรือผู้จัดการของนิติบุคคลที่กระทำผิดเป็นผู้ร่วมกระทำผิด เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าไม่รู้เห็นยินยอม ผู้สั่งงานจึงควรยืนยันสิทธิ์ในลายให้ชัดตั้งแต่ต้น

หมายเหตุ

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปที่เรียบเรียงจากตัวบทกฎหมายและแหล่งข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง คดีทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นกับข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง ถ้ากำลังจะลงทุนผลิตจำนวนมากหรือถูกแจ้งความ ควรปรึกษาทนายความด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง

แหล่งอ้างอิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพมาโครเปรียบเทียบหมึกยางที่นูนเป็นชั้นเงาอยู่บนผิวผ้า กับหมึกจมที่ซึมลงไปในเนื้อผ้าจนสัมผัสเรียบ บนเสื้อคอตตอนตัวเดียวกัน

หมึกสกรีนเสื้อ หมึกยาง vs หมึกจม ต่างกันยังไง

จะสั่งสกรีนเสื้อแบบซิลค์สกรีนทั้งที หลายคนสงสัยว่า หมึกสกรีนเสื้อ มีกี่แบบ และแต่ละแบบให้ผลต่างกันยังไง เพราะเลือกหมึกผิดประเภท ลายที่ได้อาจแข็งกระด้าง ระบายอากาศไม่ดี หรือสีจมหายไปกับเนื้อผ้าจนไม่เด่นอย่างที่ตั้งใจ คำตอบคือหมึกซิลค์สกรีนที่ใช้กันมากมี 2 กลุ่มหลัก — หมึกยางที่ลอยนูนอยู่บนผิวผ้า กับ หมึกจมที่ซึมเข้าเนื้อผ้าให้สัมผัสเนียนนุ่ม บทความนี้อธิบายความต่างของทั้งสองแบบ ข้อดี-ข้อจำกัด และแนะนำว่างานแบบไหนควรเลือกหมึกชนิดใด พร้อมราคาและขั้นต่ำงานซิลค์สกรีนจริงจากโรงงาน Anajak

ภาพมาโครเสื้อยืดคอตตอนสองตัวพับซ้อนกันให้ขอบผ้าชนกัน ตัวหนึ่งเนื้อหนาแน่น อีกตัวบางเนียน เห็นความต่างของความหนาผ้าชัดเจน

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? เสื้อยืดกี่แกรมดี

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? ต่างกันที่ เบอร์เส้นด้าย (yarn count) ที่ใช้ถักเสื้อเป็นหลัก — เลข 20s หมายถึงเส้นด้ายเบอร์ 20 ที่เส้นหนากว่า ทำให้ได้ผ้าหนาแน่นอยู่ทรง ส่วน 32s คือเส้นด้ายเบอร์ 32 ที่เล็กและละเอียดกว่า เนื้อผ้าจึงบางเบาและเนียนกว่า จุดต่างนี้ส่งผลตั้งแต่ความหนา น้ำหนัก ทรงเสื้อ ไปจนถึงราคาและงานที่เหมาะ หลายคนสั่งเสื้อแล้วได้เนื้อหนาเกินจนใส่ร้อน หรือบางเกินจนดูไม่มีราคา เพราะดูแค่ว่า 'กี่แกรม' โดยไม่เข้าใจว่าเบอร์เส้นด้ายกับแกรมสัมพันธ์กันอย่างไร บทความนี้อธิบายความต่างของผ้า 20s กับ 32s (รวมถึง 30s ที่อยู่ตรงกลาง) และสรุปว่าเสื้อยืดกี่แกรมเหมาะกับงานแบบไหน พร้อมสเปกจริง ราคาเริ่มต้น และความหนาแต่ละรุ่นจากโรงงาน Anajak เพื่อให้เลือกผ้าได้ตรงงานตั้งแต่ครั้งแรก

ภาพในโรงงาน มือกำลังลอกแผ่นฟิล์มลายดอกไม้สีสดออกจากเสื้อที่พับไว้ ข้างๆ มีกรอบตะแกรงและยางปาดหมึกวางอยู่

DTF กับ ซิลค์สกรีน เลือกแบบไหนดี? เทียบครบทุกมุม

จะสกรีนเสื้อทั้งที ควรเลือก DTF กับ ซิลค์สกรีน แบบไหนดี? ทั้งสองเทคนิคนิยมกันมากในไทย แต่ให้ผลลัพธ์ ราคา และความคุ้มที่ต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อจำนวนที่สั่งและจำนวนสีของลายไม่เท่ากัน เลือกผิดอาจจ่ายแพงเกินจำเป็น หรือได้งานไม่ตรงกับที่ต้องการ บทความนี้เทียบ DTF (Direct to Film) กับ ซิลค์สกรีน (บล็อกสกรีน) ให้ครบทุกมุม ทั้งวิธีพิมพ์ ความคมชัด ความทน เนื้อผ้าที่รองรับ และราคาจริงจากโรงงาน Anajak พร้อมสรุปให้ชัดว่างานแบบไหนควรใช้เทคนิคใด เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกตั้งแต่ก่อนสั่ง

ความคิดเห็น

ระบบความคิดเห็นจะเปิดใช้งานเร็วๆ นี้

ทักไลน์ได้ตลอดเวลา

พร้อมเริ่มผลิต
กับเราแล้วหรือยัง?

ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและใบเสนอราคาที่เหมาะกับคุณที่สุด

ปรึกษาฟรีใบเสนอราคาใน 24 ชม.ไม่มีขั้นต่ำ