ซักเสื้อหนึ่งครั้ง เส้นใยหลุดออกมากับน้ำทิ้งเป็นหลักหมื่นถึงหลักแสนเส้นต่อตัว แต่ตัวเลขนี้ไม่มีค่ากลางค่าเดียวที่ใช้ได้กับทุกเสื้อ ผลการวัดในงานวิจัยห่างกันหลายเท่า ขึ้นกับว่าเป็นผ้าอะไร ทอหรือถักแบบไหน เป็นเสื้อใหม่หรือเสื้อเก่า และซักด้วยน้ำมากน้อยแค่ไหน ข่าวดีคือตัวแปรหลายตัวอยู่ในมือคนซักเอง
ซักเสื้อหนึ่งครั้ง ปล่อยไมโครพลาสติกออกมากี่เส้น
งานทดลองของ De Falco และคณะ (2019, Scientific Reports) ซักเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ที่ขายจริงในเครื่องซักผ้าบ้าน แล้วกรองน้ำทิ้งมาชั่ง พบไมโครไฟเบอร์หลุดจากเสื้อผ้า 124–308 มิลลิกรัมต่อผ้า 1 กิโลกรัมต่อการซัก 1 ครั้ง คิดเป็นจำนวนเส้นราว 640,000–1,500,000 เส้นต่อผ้า 1 กิโลกรัม แล้วแต่ชนิดเสื้อ เส้นใยที่ดักได้มากที่สุดยาวเฉลี่ย 360–660 ไมโครเมตร และเล็กพอจะหลุดผ่านระบบบำบัดน้ำเสียได้
ถ้าอยากเห็นภาพเป็นเสื้อหนึ่งตัว ลองคิดคร่าวๆ แบบสมมติว่าเสื้อหนัก 200 กรัม ตัวเลขชุดนี้จะเท่ากับเส้นใยราว 25–62 มิลลิกรัม หรือประมาณ 130,000–300,000 เส้นต่อการซักหนึ่งครั้ง ตัวเลขนี้เป็นการเทียบสัดส่วนจากงานเดียว ไม่ใช่ผลวัดเสื้อตัวใดตัวหนึ่ง
งานอื่นให้ช่วงที่กว้างกว่านั้นอีก Kärkkäinen และ Sillanpää (2021) ซักผ้าโพลีเอสเตอร์ โพลีเอไมด์ และอะคริลิก พบว่าการซักครั้งแรกปล่อยเส้นใยตั้งแต่ 100,000 ถึง 6,300,000 เส้นต่อผ้า 1 กิโลกรัม ส่วนงานบุกเบิกของ Napper และ Thompson (2016, Marine Pollution Bulletin) ประเมินว่าผ้าอะคริลิกหนึ่งถังขนาด 6 กิโลกรัมอาจปล่อยเส้นใยได้มากกว่า 700,000 เส้น ช่วงที่ห่างกันเป็นสิบเท่าแบบนี้คือเหตุผลที่ไม่ควรหยิบตัวเลขเดียวไปพูดแทนเสื้อทุกตัว
เส้นใยที่หลุดออกมาเป็นพลาสติกทั้งหมดไหม
เส้นใยที่หลุดจากการซักผ้าไม่ได้เป็นพลาสติกทั้งหมด ไมโครพลาสติกจากการซักผ้าคือส่วนที่มาจากใยสังเคราะห์ อย่างโพลีเอสเตอร์ ไนลอน และอะคริลิก งานของ Lant และคณะ (2020, PLoS ONE) วัดผ้าเปื้อนจริง 79 ถังจากบ้านในสหราชอาณาจักร ได้เฉลี่ย 114 ± 66.8 มิลลิกรัมต่อผ้า 1 กิโลกรัม และส่วนใหญ่เป็นใยธรรมชาติ เพราะผ้าในบ้านมีคอตตอนปนอยู่มาก
เสื้อโพลีเอสเตอร์ปล่อยไมโครพลาสติกมากกว่าคอตตอนจริงไหม
เสื้อโพลีเอสเตอร์คือแหล่งไมโครพลาสติกโดยตรง เพราะทุกเส้นที่หลุดออกมาเป็นพลาสติก ส่วนเสื้อคอตตอนก็ปล่อยเส้นใยเหมือนกัน แต่เป็นเส้นใยเซลลูโลสที่ย่อยสลายได้ งานของ Napper และ Thompson (2016) เทียบผ้าสามชนิด พบว่าผ้าโพลีเอสเตอร์ผสมคอตตอนปล่อยเส้นใยน้อยกว่าผ้าโพลีเอสเตอร์ล้วนและอะคริลิกอย่างมีนัยสำคัญในทุกการทดลอง ส่วน De Falco และคณะ (2019) พบว่าเสื้อที่ผสมโพลีเอสเตอร์กับเซลลูโลสปล่อยเส้นใยเซลลูโลสออกมาจำนวนมาก แปลว่าเสื้อผ้าผสมก็ยังหลุดทั้งสองแบบ
อย่าเหมาว่าคอตตอนไม่มีผลกระทบเลย การสำรวจน้ำทะเล 916 ตัวอย่างทั่วโลกของ Suaria และคณะ (2020, Science Advances) พบว่าเส้นใยในทะเลเป็นใยสังเคราะห์เพียง 8.2% ส่วนเส้นใยเซลลูโลส เช่น ฝ้าย มีถึง 79.5% แปลว่าเส้นใยฝ้ายอยู่ในทะเลนานพอจะถูกเก็บได้ อีกงานของ Zambrano และคณะ (2021) ทดลองกับผ้าฝ้ายถักในน้ำที่มีออกซิเจน พบว่าทุกตัวอย่างย่อยสลายได้เกิน 60% ภายใน 102 วัน แต่ผ้าที่ผ่านการตกแต่งกันยับหรือกันน้ำจะย่อยช้าลงในช่วงแรก ใครสนใจเรื่องฝ้ายกับมาตรฐานการปลูก อ่านต่อได้ที่ ฝ้ายออร์แกนิก ต่างจากฝ้ายธรรมดาจริงไหม
เสื้อกีฬาส่วนใหญ่เป็นโพลีเอสเตอร์ จึงเป็นกลุ่มที่ควรใส่ใจวิธีซักที่สุด เรื่องกลิ่นอับของผ้าชนิดนี้มีเหตุผลของมันเองเช่นกัน อ่านได้ที่ เสื้อกีฬาโพลีเอสเตอร์ ทำไมเหม็นอับกว่าเสื้อฝ้าย
ผ้าแบบไหนหลุดง่าย ผ้าแบบไหนหลุดยาก
โครงสร้างผ้าอาจมีผลต่อการหลุดของเส้นใยมากกว่าวิธีซักเสียอีก Hazlehurst และคณะ (2023) ทดสอบทั้งตัวแปรการซักและตัวแปรของผ้า แล้วสรุปว่าตัวแปรของผ้าอาจมีอิทธิพลมากกว่าตัวแปรการซักที่ทดสอบ ส่วนงานทบทวน 32 งานวิจัยของ Allen และคณะ (2024, Environmental Science & Technology) ระบุตัวแปรสำคัญของผ้าถักไว้ดังนี้
- ชนิดพอลิเมอร์ของเส้นใย เช่น โพลีเอสเตอร์ ไนลอน อะคริลิก
- ความยาวของเส้นใย ใยสั้นมีปลายเส้นมากกว่า จึงหลุดง่ายกว่า
- ความแน่นของเกลียวด้าย De Falco และคณะ (2019) ก็พบว่าเกลียวด้ายมีผลต่อการหลุด
- ความถี่ของการถักและลายถัก
ผ้าฟลีซเป็นตัวอย่างที่เห็นภาพง่าย ผิวผ้าถูกขูดให้ฟูเพื่อความนุ่มอุ่น ปลายเส้นใยจึงโผล่อยู่บนผิวเต็มไปหมด Kärkkäinen และ Sillanpää (2021) พบว่าผ้าฟลีซปล่อยเส้นใยที่ยาวกว่าเสื้อกีฬาแบบเทคนิค ถ้าเลือกได้ ผ้าที่ผิวเรียบ ถักแน่น และใช้ด้ายเกลียวแน่น มีแนวโน้มปล่อยเส้นใยน้อยกว่าผ้าขนฟู แม้งานวิจัยตอนนี้ยังไม่มีวิธีทดสอบมาตรฐานเดียวกันที่จะจัดอันดับผ้าแต่ละแบบได้ชัด
เสื้อใหม่หลุดมากกว่าเสื้อเก่า
เส้นใยหลุดมากที่สุดในช่วงซักแรกๆ ของเสื้อใหม่ แล้วจะค่อยๆ ลดลง Kärkkäinen และ Sillanpää (2021) เห็นการหลุดลดลงตลอดการซักห้ารอบ ส่วน Lant และคณะ (2020) ซักเสื้อฟลีซโพลีเอสเตอร์ซ้ำ พบว่าตั้งแต่รอบที่ 8 ไปจนถึงรอบที่ 64 การหลุดลดลงจนนิ่งที่ราว 28.7 ± 10.9 มิลลิกรัมต่อผ้า 1 กิโลกรัม การใส่เสื้อตัวเดิมให้นานจึงช่วยลดไมโครพลาสติกไปด้วย เพราะไม่ต้องเริ่มช่วงหลุดหนักกับเสื้อตัวใหม่บ่อยๆ
ลดไมโครพลาสติกตอนซักผ้า อะไรได้ผลจริง
วิธีซักที่ลดการหลุดของเส้นใยได้ชัดในงานวิจัยมีสามอย่าง คือ ใช้น้ำน้อยลงต่อผ้าหนึ่งกิโลกรัม ซักน้ำเย็นรอบสั้น และเลือกเสื้อผ้าที่หลุดน้อยตั้งแต่ตอนซื้อ ข้อแรกอาจขัดกับความรู้สึก เพราะหลายคนคิดว่ารอบถนอมผ้าน่าจะปล่อยเส้นใยน้อยกว่า
ใส่ผ้าให้เต็มถังแต่ไม่อัดแน่น Kelly และคณะ (2019, Environmental Science & Technology) พบว่าตัวการสำคัญที่สุดคือสัดส่วนน้ำต่อผ้า ไม่ใช่แรงปั่นอย่างที่เคยเข้าใจกัน รอบถนอมผ้าแบบยุโรปที่ใช้น้ำมากปล่อยเส้นใยเพิ่มราว 800,000 เส้นต่อการซักหนึ่งครั้ง เมื่อเทียบกับรอบปกติ ในบ้านจริง Lant และคณะ (2020) พบว่าถังผ้าขนาด 1.0–3.5 กิโลกรัมปล่อยเส้นใยเฉลี่ย 132.4 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าถังขนาด 3.5–6.0 กิโลกรัมที่ปล่อย 66.3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ราวเท่าตัว
ซักน้ำเย็น รอบสั้น ในงานเดียวกัน การเปลี่ยนจากรอบ 40°C นาน 85 นาที มาเป็นรอบ 15°C นาน 30 นาที ลดเส้นใยที่หลุดลง 30% และช่วยให้ผ้าขาวหมองลดลง 42% ด้วย สำหรับบ้านในไทยที่ส่วนใหญ่ใช้น้ำอุณหภูมิห้องอยู่แล้ว ประเด็นหลักจึงอยู่ที่ความยาวรอบซักและปริมาณน้ำมากกว่า
ส่วนน้ำยาซักผ้าแบบเม็ดเจลและน้ำยาปรับผ้านุ่ม Lant และคณะ (2020) พบว่าไม่มีผลโดยตรงต่อปริมาณเส้นใยที่หลุดเมื่อเทียบกับการซักด้วยน้ำเปล่า จึงไม่ต้องเปลี่ยนน้ำยาเพื่อเรื่องนี้ ส่วนการอ่านป้ายแนะนำการซักบนเสื้อก็ช่วยเลือกอุณหภูมิและรอบที่ไม่ทำร้ายผ้า ซึ่งยืดอายุเสื้อไปในตัว
ถุงซักผ้าดักไมโครไฟเบอร์ ดักได้กี่เปอร์เซ็นต์
ถุงซักผ้าดักไมโครไฟเบอร์และฟิลเตอร์ต่อท่อน้ำทิ้งช่วยลดได้จริง แต่ไม่มีอุปกรณ์ไหนดักได้หมด และประสิทธิภาพต่างกันมาก Napper, Barrett และ Thompson (2020, Science of the Total Environment) ทดสอบอุปกรณ์ 6 ชนิด ผลเป็นแบบนี้
- ฟิลเตอร์ภายนอก XFiltra ลดเส้นใยที่ลงน้ำทิ้งได้ราว 78% ได้ผลดีที่สุดในการทดลอง
- ถุง Guppyfriend ลดได้ราว 54% ถุงชนิดนี้ได้ผลส่วนใหญ่เพราะช่วยให้เส้นใยหลุดจากเสื้อน้อยลงตั้งแต่ระหว่างซัก ไม่ใช่เพราะดักเส้นใยไว้
งานอื่นได้ตัวเลขต่ำกว่านั้น Kärkkäinen และ Sillanpää (2021) ทดสอบอุปกรณ์ดักเส้นใยที่ขายทั่วไปสองชนิด ชนิดหนึ่งดักเส้นใยโพลีเอสเตอร์ได้ 39% อีกชนิดดักได้แค่ 10% ส่วน Sheikhi และคณะ (2025, Journal of Hazardous Materials) ทดสอบฟิลเตอร์สามรุ่นกับเสื้อฟลีซโพลีเอสเตอร์ที่ซัก 40°C พบอัตราดักตั้งแต่ 35% ถึง 68% แล้วแต่ชนิดฟิลเตอร์
ตัวเลขที่ต่างกันมาจากวิธีทดสอบ ชนิดผ้า และเครื่องซักที่ต่างกัน ข้อสรุปที่ใช้ได้จึงเป็นแค่ว่าอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยได้บางส่วน Napper และคณะเตือนไว้ด้วยว่าเส้นใยยังหลุดตอนเราสวมใส่เสื้อในชีวิตประจำวันด้วย ถ้าใช้ถุงซักผ้า ควรแยกเฉพาะเสื้อใยสังเคราะห์ลงถุง แล้วเก็บเศษเส้นใยที่ติดถุงทิ้งลงถังขยะแห้ง อย่าล้างลงท่อ
เครื่องอบผ้าปล่อยเส้นใยขึ้นอากาศด้วย
เครื่องอบผ้าเป็นอีกช่องทางที่เส้นใยหลุดออกไป และหลุดได้มากพอๆ กับการซัก Lant และคณะ (2022, PLoS ONE) พบว่าปริมาณเส้นใยที่ปล่อยขึ้นอากาศระหว่างอบผ้าด้วยเครื่องแบบมีท่อระบายอากาศ เทียบได้กับปริมาณที่ลงท่อน้ำทิ้งตอนซัก การลดขนาดรูตะแกรงดักขุยจาก 0.2 เหลือ 0.04 ตารางมิลลิเมตรลดเส้นใยที่ปล่อยออกได้ 34.8%
Cummins และคณะ (2023, PLoS ONE) วัดผ้าจริงแล้วพบว่าเครื่องอบแบบคอนเดนเซอร์สร้างเส้นใย 341.5 ± 126.0 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ส่วนแบบมีท่อระบายอากาศอยู่ที่ 256.0 ± 74.2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เส้นใยราว 86% ที่เกิดจากเครื่องแบบมีท่อระบายติดอยู่ที่ตะแกรงดักขุย ถ้าเอาตะแกรงไปล้างน้ำ เส้นใยก็ไหลลงท่ออยู่ดี ทางที่ดีกว่าคือเช็ดขุยออกแล้วทิ้งลงถังขยะ ส่วนการตากแดดตามปกติแบบบ้านส่วนใหญ่ในไทยไม่มีขั้นตอนอบผ้า จึงตัดแหล่งนี้ไปได้ทั้งหมด
สรุปสิ่งที่ทำได้ที่บ้าน
- ซักให้เต็มถังแต่ไม่อัดแน่น และเลี่ยงรอบที่ใช้น้ำมากเกินจำเป็น
- ใช้รอบสั้นและน้ำเย็นเมื่อผ้าไม่สกปรกมาก
- เสื้อใหม่ที่เป็นใยสังเคราะห์ โดยเฉพาะผ้าฟลีซ ควรใส่ถุงซักผ้าในช่วงซักแรกๆ ซึ่งเป็นช่วงที่หลุดมากที่สุด
- ตากแดดแทนการอบเมื่อทำได้ ถ้าใช้เครื่องอบ ให้ทิ้งขุยลงถังขยะ
- ใส่เสื้อให้คุ้ม ซื้อน้อยลงแต่ใช้นานขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ซักเสื้อยืดโพลีเอสเตอร์หนึ่งตัว ไมโครพลาสติกหลุดออกมากี่เส้น
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกตัว ถ้าเทียบจากงานของ De Falco และคณะ (2019) ที่วัดได้ 640,000–1,500,000 เส้นต่อผ้า 1 กิโลกรัม เสื้อที่สมมติว่าหนัก 200 กรัมจะปล่อยราว 130,000–300,000 เส้นต่อการซัก เสื้อใหม่ ผ้าฟลีซ และการซักด้วยน้ำมาก ทำให้ตัวเลขสูงกว่านี้ได้
เสื้อคอตตอน 100% ไม่ก่อไมโครพลาสติกเลยใช่ไหม
เสื้อคอตตอนไม่ได้ปล่อยพลาสติก แต่ก็ปล่อยเส้นใยเหมือนกัน ผลสำรวจทะเลทั่วโลกพบเส้นใยเซลลูโลสถึง 79.5% ของเส้นใยทั้งหมดที่เก็บได้ แม้ฝ้ายจะย่อยสลายได้ แต่ผ้าที่ตกแต่งกันยับหรือกันน้ำย่อยช้าลงในช่วงแรก จึงไม่ควรมองว่าไม่มีผลกระทบเลย
ซักรอบถนอมผ้าช่วยลดไมโครไฟเบอร์ได้ไหม
มักจะได้ผลตรงข้าม งานของ Kelly และคณะ (2019) พบว่ารอบถนอมผ้าที่ใช้น้ำมากปล่อยเส้นใยเพิ่มราว 800,000 เส้นต่อการซักเมื่อเทียบกับรอบปกติ เพราะสัดส่วนน้ำต่อผ้าเป็นตัวแปรที่มีผลที่สุด การใส่ผ้าให้พอดีถังจึงช่วยได้มากกว่า
ถุงซักผ้าดักไมโครไฟเบอร์คุ้มไหม
ช่วยได้บางส่วน ในงานทดลองปี 2020 ถุง Guppyfriend ลดเส้นใยที่ลงน้ำทิ้งได้ราว 54% ส่วนอุปกรณ์ดักอีกชนิดในงานปี 2021 ดักได้ 39% ถุงซักผ้าคุ้มที่สุดกับเสื้อใยสังเคราะห์และเสื้อใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่หลุดมาก แต่ยังไม่มีอุปกรณ์ไหนดักได้หมด
น้ำยาปรับผ้านุ่มช่วยลดเส้นใยหลุดตอนซักไหม
ในการซัก งานของ Lant และคณะ (2020) ไม่พบว่าน้ำยาปรับผ้านุ่มหรือน้ำยาซักผ้าแบบเม็ดเจลมีผลโดยตรงต่อเส้นใยที่หลุด แต่ในเครื่องอบแบบมีท่อระบาย อีกงานพบว่าน้ำยาปรับผ้านุ่มใช้คู่กับแผ่นอบผ้าลดเส้นใยที่ปล่อยออกทางท่อได้ 44.9%
แหล่งอ้างอิง
- Napper & Thompson (2016) Release of synthetic microplastic plastic fibres from domestic washing machines — Marine Pollution Bulletin
- De Falco et al. (2019) The contribution of washing processes of synthetic clothes to microplastic pollution — Scientific Reports
- Kärkkäinen & Sillanpää (2021) Quantification of different microplastic fibres discharged from textiles in machine wash and tumble drying — Environmental Science and Pollution Research
- Kelly et al. (2019) Importance of Water-Volume on the Release of Microplastic Fibers from Laundry — Environmental Science & Technology
- Lant et al. (2020) Microfiber release from real soiled consumer laundry and the impact of fabric care products and washing conditions — PLoS ONE
- Napper, Barrett & Thompson (2020) The efficiency of devices intended to reduce microfibre release during clothes washing — Science of the Total Environment
- Sheikhi et al. (2025) Evaluating microfiber emissions and point-of-use filtration efficiency in household washing and drying cycles — Journal of Hazardous Materials
- Lant et al. (2022) The impact of fabric conditioning products and lint filter pore size on airborne microfiber pollution arising from tumble drying — PLoS ONE
- Cummins et al. (2023) Impact of vented and condenser tumble dryers on waterborne and airborne microfiber pollution — PLoS ONE
- Hazlehurst et al. (2023) Quantification of microfibre release from textiles during domestic laundering — Environmental Science and Pollution Research
- Allen et al. (2024) Microfiber Pollution: A Systematic Literature Review to Overcome the Complexities in Knit Design — Environmental Science & Technology
- Suaria et al. (2020) Microfibers in oceanic surface waters: A global characterization — Science Advances
- Zambrano et al. (2021) Impact of dyes and finishes on the aquatic biodegradability of cotton textile fibers and microfibers released on laundering clothes — Marine Pollution Bulletin





