เชียงใหม่, ประเทศไทย
#แฟชั่น#เสื้อยืด

หม้อห้อม ผ้าย้อมครามเมืองแพร่ ทำไมสีไม่ตก

6 ตุลาคม 2569
ผ้าฝ้ายย้อมครามสีน้ำเงินเข้มพับวางคู่ใบห้อมสด ขอบผ้าบางจุดซีดเป็นฟ้าอ่อนตามธรรมชาติของผ้าย้อมคราม

ผ้าหม้อห้อมแพร่ย้อมด้วยครามจากต้นห้อม ซึ่งไม่ละลายน้ำ ต้องหมักให้กลายเป็นลิวโคครามที่ละลายได้ก่อน พอผ้าโดนอากาศ ครามจะกลับเป็นสีน้ำเงินที่ไม่ละลายน้ำและติดอยู่ในเส้นใย จึงไม่ละลายออกตอนซัก แต่ค่อยๆ ซีดลงจากการเสียดสีและแสงแดด

หม้อห้อมสีไม่ค่อยตกเพราะครามไม่ละลายน้ำ ตอนย้อมต้องหมักครามจากต้นห้อมในน้ำด่างให้เปลี่ยนเป็นลิวโคครามที่ละลายน้ำได้และซึมเข้าเส้นฝ้าย พอยกผ้าขึ้นมาโดนอากาศ ออกซิเจนจะเปลี่ยนลิวโคครามกลับเป็นครามสีน้ำเงินที่ไม่ละลายน้ำและติดค้างอยู่ในเส้นใย น้ำซักจึงละลายออกไม่ได้ แต่สีหลุดได้จากการเสียดสีและแดด ผ้าหม้อห้อมจึงซีดลงทีละน้อยเหมือนยีนส์ แทนที่จะสีตกเป็นน้ำทุกครั้งที่ซัก

ผ้าหม้อห้อมคืออะไร และทำไมเรียกว่าหม้อห้อม

ผ้าหม้อห้อม คือผ้าฝ้ายหรือเสื้อผ้าที่ย้อมด้วย "ห้อม" ซึ่งเป็นพืชให้สีครามที่ปลูกในภาคเหนือ ผลที่ได้คือผ้าโทนฟ้าถึงน้ำเงินเข้ม เสื้อทรงที่คนคุ้นตาคือเสื้อคอกลม ผ่าอก ที่ทั้งชาวนาและคนทำงานป่าไม้เคยใส่ ปัจจุบันกลายเป็นเครื่องแต่งกายที่คนนึกถึงเมื่อพูดถึงล้านนา

ต้นห้อมมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Baphicacanthus cusia อยู่ในวงศ์ Acanthaceae (เชียงใหม่นิวส์) ต้นห้อมเป็นคนละชนิดกับครามฝักที่ใช้กันในภาคอีสาน (สกุล Indigofera) แต่สารให้สีน้ำเงินเป็นตัวเดียวกัน คือคราม (indigotin) ฐานข้อมูล Asian Textile Studies ก็ระบุว่า Baphicacanthus cusia เป็นพืชให้ครามที่ใช้ในไต้หวันและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ม่อฮ่อม หรือ หม้อห้อม เขียนแบบไหนถูก

ทั้งสองคำมีคนใช้จริง เชียงใหม่นิวส์เล่าว่าเดิมคำนี้หมายถึงสีครามเข้ม ไม่ได้หมายถึงตัวเสื้อ ตอนราชบัณฑิตยสถานชำระพจนานุกรมฉบับ พ.ศ. 2525 นักภาษาศาสตร์แบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเสนอ "ม่อฮ่อม" ตามที่คนทั่วไปใช้ อีกฝ่ายเสนอ "หม้อห้อม" ให้ตรงกับเสียงภาษาเหนือ สุดท้ายราชบัณฑิตยสถานเลือกใช้ หม้อห้อม พร้อมอธิบายว่า "หม้อ" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงภาชนะสำหรับย้อม แต่หมายถึงสีที่ได้จากต้นห้อม ชื่อสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI ก็ใช้ "ผ้าหม้อห้อมแพร่"

ประวัติม่อฮ่อม: เสื้อคนทำงานที่กลายเป็นชุดประจำถิ่น

แหล่งข้อมูลเล่าประวัติต่างกันอยู่บ้าง เชียงใหม่นิวส์ระบุว่าการผลิตที่จังหวัดแพร่เริ่มหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยชุมชนชาวไทลาวพวนย้อมเสื้อฝ้ายสีครามขายให้คนงานป่าไม้ ส่วนเรื่องเล่าข่าวเกษตรระบุว่าภูมิปัญญานี้มีมากว่า 100 ปี สืบทอดมาจากชาวไทยวนที่มาตั้งถิ่นฐานในแพร่ช่วงสมัยธนบุรีถึงต้นรัตนโกสินทร์

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดในปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) เมื่อไกรศรี นิมมานเหมินท์ จัดงานเลี้ยงที่เชียงใหม่และให้ใช้เสื้อคอกลมย้อมครามเป็นชุดพื้นเมืองของผู้ชายล้านนา หลังจากนั้นเสื้อหม้อห้อมก็เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ (เชียงใหม่นิวส์)

หม้อห้อมแพร่ GI หมายความว่าอะไร

ผ้าหม้อห้อมแพร่ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563 ตามข้อมูลของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ ทะเบียนนี้คุ้มครองชื่อ "ผ้าหม้อห้อมแพร่" ให้ใช้ได้เฉพาะผ้าที่ผลิตในจังหวัดแพร่ตามลักษณะที่ขึ้นทะเบียนไว้ คือผ้าที่ย้อมด้วยห้อมด้วยวิธีมัดย้อม จุ่มย้อม หรือพิมพ์ลาย ได้สีฟ้าถึงน้ำเงินเข้มและมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ

วันที่ 7 มกราคม 2568 จังหวัดแพร่มอบหนังสือรับรองการใช้ตราสัญลักษณ์ GI ให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ 15 ราย จังหวัดระบุว่าเป้าหมายคือคุ้มครองภูมิปัญญาในฐานะทรัพย์สินทางปัญญาของชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ (ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่) ถ้าอยากได้ของจากแหล่งจริง ให้ดูตรา GI บนสินค้าประกอบกัน เพราะผ้าที่เรียกว่า "หม้อห้อม" ในตลาดทั่วไปอาจไม่ได้ย้อมด้วยห้อมทุกผืน

ทำไมผ้าย้อมครามสีไม่ตก

ผ้าย้อมครามสีไม่ตกง่ายเพราะครามเป็น สีย้อมแบบแวต (vat dye) ครามไม่ละลายน้ำ ถ้าโรยผงครามลงในน้ำแล้วจุ่มผ้า สีจะเกาะอยู่แค่ผิวและล้างออกหมด สีจะติดผ้าได้ก็ต่อเมื่อผ่านกระบวนการสามขั้น

  1. รีดิวซ์ (ก่อหม้อ): ในน้ำด่างที่มี pH ประมาณ 10–11.5 แบคทีเรียที่ทนด่างจะกินอาหารที่ใส่ลงไป แล้วเปลี่ยนครามให้เป็น ลิวโคคราม (leuco-indigo) ที่ละลายน้ำได้ น้ำในหม้อตอนนี้จะเป็นสีเหลืองอมเขียว ไม่ใช่สีน้ำเงิน
  2. ซึมเข้าเส้นใย: ลิวโคครามละลายน้ำได้ จึงแทรกเข้าไปในเส้นฝ้ายได้เหมือนสีย้อมทั่วไป
  3. ออกซิไดซ์: พอยกผ้าขึ้นมาโดนอากาศ ออกซิเจนจะเปลี่ยนลิวโคครามกลับเป็นครามสีน้ำเงินที่ไม่ละลายน้ำ ผ้าจะเปลี่ยนจากเหลืองอมเขียวเป็นน้ำเงินต่อหน้าต่อตา

(Asian Textile Studies)

ที่แพร่เรียกขั้นหมักนี้ว่า "ก่อหม้อห้อม" ตามที่เรื่องเล่าข่าวเกษตรสรุปไว้ ช่างจะผสมเนื้อห้อมกับน้ำด่าง น้ำซาวข้าว และน้ำมะขาม แล้วกวนทุกวันประมาณ 7–14 วัน จนน้ำได้ pH ราว 10–11 และพร้อมย้อม ครามติดผ้าได้ไม่มากต่อการจุ่มหนึ่งครั้ง ช่างจึงจุ่มแล้วผึ่งลมสลับกันหลายรอบจนได้ความเข้มที่ต้องการ

ครามที่กลับเป็นสีน้ำเงินแล้วไม่ละลายน้ำ จึงติดค้างอยู่ในเส้นใยแบบกลไก น้ำซักธรรมดาละลายมันออกไม่ได้ ผ้าย้อมครามจึงไม่สีตกเป็นน้ำทุกครั้งที่ซัก

ถ้าสีไม่ตก ทำไมผ้าหม้อห้อมยังซีดได้

ความทนของครามมีข้อจำกัด ครามไม่ได้สร้างพันธะเคมีกับเซลลูโลสของฝ้าย มันเกาะเส้นใยด้วยพันธะไฮโดรเจนที่อ่อน และกระจุกตัวอยู่ใกล้ผิวเส้นด้าย ส่วนแกนด้านในมักซีดกว่า Asian Textile Studies ระบุว่าครามหลุดได้จากการเสียดสีและการซักซ้ำ และผ้าย้อมครามที่ตากแดดจัดตลอดเวลาอาจเริ่มซีดภายในไม่กี่สัปดาห์

กลไกนี้อธิบายอาการที่คนใส่หม้อห้อมคุ้นเคย:

  • ผ้าใหม่ซักแรกๆ มีน้ำสีฟ้า เพราะเป็นครามส่วนเกินที่เกาะผิวผ้า ยังไม่ได้ติดเข้าเนื้อเส้นใย
  • สีเลอะเมื่อถูกับผ้าสีอ่อน อาการนี้เรียกว่า crocking และจะเป็นมากขึ้นเมื่อผ้าเปียกหรือชื้น (The Jean Maker)
  • ซีดตามจุดที่เสียดสีบ่อย เช่น ปกคอ ขอบแขน ตะเข็บ เพราะเนื้อครามที่ผิวด้ายถูกถูออกไปจนเห็นฝ้ายด้านในที่สีอ่อนกว่า

สีเฟดแบบนี้เป็นเสน่ห์แบบเดียวกับยีนส์ เพราะยีนส์ก็ย้อมครามด้วยหลักการเดียวกัน หม้อห้อมที่ใส่มานานจะมีโทนสีไม่เท่ากันตามการใช้งานของแต่ละคน ส่วนเสื้อยืดที่ได้ลุคซีดสวยตั้งแต่ใหม่ใช้อีกวิธีหนึ่ง คือการฟอกผ้าในขั้นผลิต ดูรายละเอียดได้ในบทความ เสื้อยืดฟอกสั่งทำ ลุควินเทจ

ผ้าย้อมครามธรรมชาติ ดูแลยังไงให้สีอยู่นาน

หลักการดูแลผ้าย้อมครามธรรมชาติคือลดการเสียดสีและไม่ตากแดดจัด เพราะสองอย่างนี้ทำให้ครามหลุด

  • ซักแยกจากผ้าสีอ่อน โดยเฉพาะช่วงแรกที่ยังมีครามส่วนเกิน
  • ใช้น้ำเย็นกับผงซักฟอกอ่อนๆ กลับด้านในออกก่อนซัก และเลี่ยงการขยี้หรือแปรงแรง
  • ตากในที่ร่ม ไม่ตากแดดเปรี้ยงทั้งวัน
  • ช่วงแรกระวังผ้าเปียกถูกเบาะหรือกระเป๋าสีอ่อน เพราะสีจะเลอะง่ายตอนผ้าชื้น
  • อย่าเชื่อว่าซักครั้งเดียวแล้วสีจะไม่ลอกอีก The Jean Maker เตือนว่าซักรอบเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสีหยุดลอกแล้ว ต้องสังเกตไปอีกสักพัก

ย้อมครามเอง วิธีที่ต้องรู้ก่อนลงมือ

ถ้าอยากลองย้อมครามเอง หลายชุมชนในภาคเหนือเปิดเวิร์กช็อปให้นักท่องเที่ยวลองทำ ซึ่งง่ายกว่าก่อหม้อเองตั้งแต่ต้น ถ้าจะลงมือเองจริงๆ มีหลักจากเคมีข้างต้นที่ควรรู้

  • หม้อต้องเป็นด่างและอยู่ในสภาพรีดิวซ์ไปพร้อมกัน หม้อห้อมที่พร้อมย้อมจะมีน้ำสีเหลืองอมเขียว ถ้าน้ำเป็นสีน้ำเงินใส แปลว่าครามยังไม่ถูกรีดิวซ์ ย้อมไปสีก็ไม่ติด
  • จุ่มเบาๆ แล้วผึ่งลมหลายรอบ ได้สีทนกว่าจุ่มครั้งเดียวในหม้อเข้มๆ
  • หม้อหมักต้องเลี้ยง หม้อที่หมักด้วยแบคทีเรียต้องเติมอาหาร เช่น น้ำซาวข้าวหรือน้ำตาล และรักษาความเป็นด่างไว้ ไม่อย่างนั้นหม้อจะหยุดทำงาน

ฝั่งอุตสาหกรรมมักใช้สารเคมีอย่างโซเดียมไดไทโอไนต์ (sodium dithionite) แทนการหมัก เพราะเร็วกว่า แต่น้ำทิ้งมีซัลไฟต์และซัลเฟตที่เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม

คำถามที่พบบ่อย

ผ้าหม้อห้อมใหม่ ซักครั้งแรกมีน้ำสีฟ้าออกมา ผิดปกติไหม ไม่ผิดปกติ ส่วนใหญ่เป็นครามส่วนเกินที่เกาะอยู่ที่ผิวผ้า ยังไม่ได้ติดเข้าเส้นใย ช่วงแรกให้ซักแยกด้วยน้ำเย็นและตากในร่ม สีที่ออกจะค่อยๆ น้อยลง แต่ผ้าย้อมครามยังซีดได้เรื่อยๆ จากการเสียดสีตามธรรมชาติของสีชนิดนี้

หม้อห้อมกับม่อฮ่อม ต่างกันไหม ควรเขียนแบบไหน เป็นของเดียวกัน ตอนชำระพจนานุกรมฉบับ พ.ศ. 2525 ราชบัณฑิตยสถานเลือกใช้ "หม้อห้อม" โดยอธิบายว่า "หม้อ" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงภาชนะสำหรับย้อม แต่หมายถึงสีที่ได้จากต้นห้อม ส่วน "ม่อฮ่อม" ยังมีคนใช้กันแพร่หลาย ชื่อที่ขึ้นทะเบียน GI ใช้ "ผ้าหม้อห้อมแพร่"

ผ้าหม้อห้อมแพร่ได้ GI เมื่อไหร่ และ GI รับรองอะไร กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อ 30 มีนาคม 2563 ทะเบียนนี้คุ้มครองชื่อสำหรับผ้าที่ผลิตในจังหวัดแพร่และย้อมด้วยห้อมตามลักษณะที่ขึ้นทะเบียน ได้สีฟ้าถึงน้ำเงินเข้มและมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ถ้าอยากได้ของจากแหล่งจริงให้ดูตรา GI บนสินค้า

ทำไมผ้าย้อมครามเหมือนยีนส์ ใส่นานแล้วสีเฟด เพราะครามไม่ได้สร้างพันธะเคมีกับฝ้าย ครามติดอยู่ในเส้นใยแบบกลไกและกระจุกอยู่ใกล้ผิวเส้นด้าย การเสียดสีจึงค่อยๆ ถูครามออกตามจุดที่ใช้บ่อยจนเห็นฝ้ายด้านในที่สีอ่อนกว่า ยีนส์ก็ย้อมครามแบบเดียวกัน จึงเฟดในลักษณะเดียวกัน

ผ้าหม้อห้อมตากแดดได้ไหม ตากได้ แต่ควรตากในที่ร่ม แหล่งข้อมูลด้านสิ่งทอระบุว่าผ้าย้อมครามที่โดนแดดจัดตลอดเวลาอาจเริ่มซีดภายในไม่กี่สัปดาห์ ตากในร่มที่ลมโกรกจะช่วยให้สีอยู่ได้นานกว่า

แหล่งอ้างอิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพมาโครเปรียบเทียบหมึกยางที่นูนเป็นชั้นเงาอยู่บนผิวผ้า กับหมึกจมที่ซึมลงไปในเนื้อผ้าจนสัมผัสเรียบ บนเสื้อคอตตอนตัวเดียวกัน

หมึกสกรีนเสื้อ หมึกยาง vs หมึกจม ต่างกันยังไง

จะสั่งสกรีนเสื้อแบบซิลค์สกรีนทั้งที หลายคนสงสัยว่า หมึกสกรีนเสื้อ มีกี่แบบ และแต่ละแบบให้ผลต่างกันยังไง เพราะเลือกหมึกผิดประเภท ลายที่ได้อาจแข็งกระด้าง ระบายอากาศไม่ดี หรือสีจมหายไปกับเนื้อผ้าจนไม่เด่นอย่างที่ตั้งใจ คำตอบคือหมึกซิลค์สกรีนที่ใช้กันมากมี 2 กลุ่มหลัก — หมึกยางที่ลอยนูนอยู่บนผิวผ้า กับ หมึกจมที่ซึมเข้าเนื้อผ้าให้สัมผัสเนียนนุ่ม บทความนี้อธิบายความต่างของทั้งสองแบบ ข้อดี-ข้อจำกัด และแนะนำว่างานแบบไหนควรเลือกหมึกชนิดใด พร้อมราคาและขั้นต่ำงานซิลค์สกรีนจริงจากโรงงาน Anajak

ภาพมาโครเสื้อยืดคอตตอนสองตัวพับซ้อนกันให้ขอบผ้าชนกัน ตัวหนึ่งเนื้อหนาแน่น อีกตัวบางเนียน เห็นความต่างของความหนาผ้าชัดเจน

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? เสื้อยืดกี่แกรมดี

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? ต่างกันที่ เบอร์เส้นด้าย (yarn count) ที่ใช้ถักเสื้อเป็นหลัก — เลข 20s หมายถึงเส้นด้ายเบอร์ 20 ที่เส้นหนากว่า ทำให้ได้ผ้าหนาแน่นอยู่ทรง ส่วน 32s คือเส้นด้ายเบอร์ 32 ที่เล็กและละเอียดกว่า เนื้อผ้าจึงบางเบาและเนียนกว่า จุดต่างนี้ส่งผลตั้งแต่ความหนา น้ำหนัก ทรงเสื้อ ไปจนถึงราคาและงานที่เหมาะ หลายคนสั่งเสื้อแล้วได้เนื้อหนาเกินจนใส่ร้อน หรือบางเกินจนดูไม่มีราคา เพราะดูแค่ว่า 'กี่แกรม' โดยไม่เข้าใจว่าเบอร์เส้นด้ายกับแกรมสัมพันธ์กันอย่างไร บทความนี้อธิบายความต่างของผ้า 20s กับ 32s (รวมถึง 30s ที่อยู่ตรงกลาง) และสรุปว่าเสื้อยืดกี่แกรมเหมาะกับงานแบบไหน พร้อมสเปกจริง ราคาเริ่มต้น และความหนาแต่ละรุ่นจากโรงงาน Anajak เพื่อให้เลือกผ้าได้ตรงงานตั้งแต่ครั้งแรก

ภาพในโรงงาน มือกำลังลอกแผ่นฟิล์มลายดอกไม้สีสดออกจากเสื้อที่พับไว้ ข้างๆ มีกรอบตะแกรงและยางปาดหมึกวางอยู่

DTF กับ ซิลค์สกรีน เลือกแบบไหนดี? เทียบครบทุกมุม

จะสกรีนเสื้อทั้งที ควรเลือก DTF กับ ซิลค์สกรีน แบบไหนดี? ทั้งสองเทคนิคนิยมกันมากในไทย แต่ให้ผลลัพธ์ ราคา และความคุ้มที่ต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อจำนวนที่สั่งและจำนวนสีของลายไม่เท่ากัน เลือกผิดอาจจ่ายแพงเกินจำเป็น หรือได้งานไม่ตรงกับที่ต้องการ บทความนี้เทียบ DTF (Direct to Film) กับ ซิลค์สกรีน (บล็อกสกรีน) ให้ครบทุกมุม ทั้งวิธีพิมพ์ ความคมชัด ความทน เนื้อผ้าที่รองรับ และราคาจริงจากโรงงาน Anajak พร้อมสรุปให้ชัดว่างานแบบไหนควรใช้เทคนิคใด เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกตั้งแต่ก่อนสั่ง

ความคิดเห็น

ระบบความคิดเห็นจะเปิดใช้งานเร็วๆ นี้

ทักไลน์ได้ตลอดเวลา

พร้อมเริ่มผลิต
กับเราแล้วหรือยัง?

ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและใบเสนอราคาที่เหมาะกับคุณที่สุด

ปรึกษาฟรีใบเสนอราคาใน 24 ชม.ไม่มีขั้นต่ำ