เชียงใหม่, ประเทศไทย
#สกรีนเสื้อ#เสื้อยืด

ทำไมสีบนจอไม่ตรงกับสีที่สกรีนบนเสื้อ RGB CMYK Pantone

15 ตุลาคม 2569
เสื้อยืดคอตตอนสีดำและสีขาววางคู่กัน สกรีนวงกลมสีส้มเหมือนกัน แต่สีส้มบนเสื้อดำดูเข้มและหม่นกว่าบนเสื้อขาว

สีบนจอไม่ตรงกับสีสกรีนเพราะจอสร้างสีด้วยการเปล่งแสง RGB ส่วนหมึกบนเสื้อสร้างสีด้วยการดูดกลืนแสง ซึ่งมีขอบเขตสี (gamut) แคบกว่า และสีผ้า ชั้นหมึกขาวรองพื้น เนื้อเส้นใย กับแสงที่ใช้ดูยังเปลี่ยนสีที่เห็นไปได้อีก

สีบนจอกับสีที่สกรีนบนเสื้อเกิดจากหลักฟิสิกส์คนละแบบ จอมือถือและจอคอมสร้างสีโดยปล่อยแสงแดง เขียว น้ำเงินออกมาตรงเข้าตา แต่หมึกบนเสื้อทำได้แค่ดูดกลืนแสงบางส่วนแล้วสะท้อนส่วนที่เหลือกลับมา สีสดจัดบางสีบนจอจึงทำด้วยหมึกไม่ได้ และพอพิมพ์ลงผ้าที่มีสี มีผิวสัมผัส และดูดหมึกได้ สีก็เปลี่ยนไปอีก

RGB กับ CMYK ต่างกันอย่างไร

RGB เป็นระบบสีแบบบวกแสง (additive) ส่วน CMYK เป็นระบบสีแบบลบแสง (subtractive) ทั้งสองระบบใช้แม่สีไม่กี่สีมาผสมกันให้ได้สีจำนวนมาก แต่เริ่มจากจุดตั้งต้นคนละแบบ

X-Rite บริษัทด้านการวัดสี อธิบายว่าทีวี มือถือ แท็บเล็ต และจอคอมเป็นอุปกรณ์ที่ เปล่งแสงเอง เริ่มจากความมืดแล้วค่อยเติมแสงแดง เขียว น้ำเงิน แต่ละพิกเซลผสมความเข้มของแสงสามสีนี้ เมื่อเปิดเต็มทั้งสามสีตาจะเห็นเป็นสีขาว ถ้าดับหมดจะเห็นเป็นสีดำ

งานพิมพ์ทำกลับกัน หมึกไม่ได้ปล่อยแสงออกมา แต่ ควบคุมแสงที่สะท้อนกลับ หมึกฟ้า (Cyan) ดูดแสงแดง หมึกม่วงแดง (Magenta) ดูดแสงเขียว และหมึกเหลือง (Yellow) ดูดแสงน้ำเงิน ส่วนหมึกดำ (K) ต้องเติมเข้าไปเพราะถ้าผสม CMY อย่างเดียว หมึกที่ไม่บริสุทธิ์สมบูรณ์จะให้สีน้ำตาลขุ่นแทนดำสนิท หมึกดำยังช่วยให้เงาลึกและภาพคมขึ้นด้วย

เหตุผลข้อแรกที่สีเพี้ยนจึงอยู่ตรงนี้ บนจอ สีเขียวนีออนหรือฟ้าสดคือแสงที่ส่องเข้าตาโดยตรง บนเสื้อ สีเดียวกันต้องอาศัยแสงในห้องตกกระทบแล้วสะท้อนกลับ ความสว่างจึงเทียบกันไม่ได้ตั้งแต่ต้น

ขอบเขตสี (gamut) คืออะไร และทำไมสีสดบนจอถึงหายไป

ขอบเขตสี หรือ gamut คือช่วงของสีทั้งหมดที่อุปกรณ์หรือหมึกชุดหนึ่งสร้างได้ จอแต่ละรุ่น หมึกแต่ละชุด และวัสดุแต่ละแบบมี gamut ไม่เท่ากัน สีที่อยู่นอก gamut ของหมึกจะพิมพ์ออกมาตรงๆ ไม่ได้ ระบบจะเลื่อนไปใช้สีที่ใกล้ที่สุดที่หมึกทำได้แทน

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือคู่มือ Pantone Color Bridge ซึ่ง Pantone ทำขึ้นเพื่อแสดง ผลจริงของการแปลงสีพิเศษ (spot) เป็นสี process โดยวางสี Pantone 2,359 สีเทียบกับค่า CMYK มาตรฐานที่ใกล้ที่สุดของแต่ละสี (ตามหน้าสินค้า Color Bridge Guide Coated บนเว็บ Pantone) การที่ต้องมีคู่มือแบบนี้ก็บอกอยู่แล้วว่าสีที่แปลงแล้วไม่ได้เหมือนต้นฉบับเสมอไป

สีที่มักมีปัญหาคือสีที่สดและสว่างจัด เช่น ฟ้าไฟฟ้า เขียวมะนาว ส้มสะท้อนแสง หรือม่วงสด บนจอดูเรืองแสงได้เพราะเป็นแสงจริง แต่หมึกที่ทำได้แค่สะท้อนแสงจะได้เฉดที่หม่นกว่าเล็กน้อยถึงค่อนข้างมาก ขึ้นอยู่กับว่าสีนั้นอยู่ห่างจากขอบ gamut ของหมึกแค่ไหน

Pantone คืออะไร และช่วยเรื่องสีได้แค่ไหน

Pantone คือระบบเรียกชื่อสีด้วยรหัสมาตรฐาน ช่วยให้นักออกแบบ โรงพิมพ์ และผู้ผลิตพูดถึงสีเดียวกันได้ตรงกัน แทนที่จะบอกว่า "แดงสดๆ" ซึ่งแต่ละคนนึกภาพไม่เหมือนกัน

ในงานพิมพ์ แนวคิดสำคัญคือความต่างระหว่าง สีพิเศษ (spot color) ที่ผสมหมึกให้ได้เฉดนั้นไว้ก่อนแล้วพิมพ์ลงไปทีเดียว กับ สี process ที่ใช้เม็ดสกรีนเล็กๆ ของหมึกพื้นฐานไม่กี่สีวางซ้อนกันให้ตามองเห็นเป็นสีต่างๆ หมึกผสมสำเร็จมักเข้าใกล้สีเป้าหมายได้มากกว่า โดยเฉพาะสีที่อยู่นอกขอบเขตของ CMYK งานสกรีนแบบบล็อกที่ผสมหมึกแยกทีละสีจึงคุมสีโลโก้ได้ดีกว่างานที่ต้องผสมสีจากหมึกพื้นฐาน

แต่รหัส Pantone ก็ไม่ใช่คำรับประกันว่าสีบนเสื้อจะตรงเป๊ะ เพราะสีของรหัสเดียวกันขึ้นกับวัสดุด้วย

  • คู่มือสายกราฟิก พิมพ์บนกระดาษ เช่น ชุด Coated สำหรับกระดาษเคลือบ
  • คู่มือสายแฟชั่น บ้าน และตกแต่งภายใน มีถึง 2,801 สี และ Pantone ทำชิ้นผ้าตัวอย่างจากผ้าฝ้ายป็อปลิน 100% ขนาด 4×4 นิ้ว โดยเฉพาะ (ตามหน้าสินค้า Cotton Swatch Card ของ Pantone) เพราะสีบนผ้าฝ้ายไม่เหมือนสีบนกระดาษ

แม้แต่คู่มือกระดาษสองเล่มที่พิมพ์คนละรอบ Pantone เองก็ยอมรับว่าสีอาจต่างกันได้ จากองค์ประกอบและการดูดซับของกระดาษ แหล่งเม็ดสี ความหนืดของหมึก สภาพการแห้ง ความเร็วเครื่อง และสิ่งแวดล้อมระหว่างผลิต เมื่อเวลาผ่านไปสีก็ซีดจากการใช้งานและแสงได้ Pantone จึงแนะนำให้เปลี่ยนคู่มือทุก 12–18 เดือน (ตามหน้าช่วยเหลือของ Pantone) ถ้าบนกระดาษยังคลาดกันได้ บนผ้ายิ่งต้องเผื่อใจไว้มากกว่า

จอแต่ละเครื่องก็แสดงสีไม่เหมือนกัน

บางครั้งต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่เสื้อ แต่อยู่ที่จอ มาตรฐาน sRGB (IEC 61966-2-1:1999) เป็นปริภูมิสีพื้นฐานที่ใช้กันบนเว็บและจอทั่วไป สมาคม ICC ระบุว่ามาตรฐานนี้อิงจอแบบ CRT โดยกำหนดจุดขาว D65 ความสว่างสีขาวอ้างอิง 80 cd/m² และห้องดูที่มีแสงรอบข้าง 64 ลักซ์

สภาพจริงห่างจากตรงนั้นมาก มือถือแต่ละรุ่นตั้งความสว่าง โหมดสี และโทนขาวต่างกัน บางรุ่นแสดงสีสดกว่าไฟล์จริง บางเครื่องเปิดโหมดถนอมสายตาที่ทำให้จออมเหลือง แบบเสื้อไฟล์เดียวเปิดบนจอสองเครื่องจึงอาจเห็นต่างกันตั้งแต่ก่อนส่งพิมพ์ ถ้าคนออกแบบกับคนสั่งงานดูไฟล์คนละจอ ก็ยิ่งคาดหวังสีไม่ตรงกันได้ง่าย

เรื่องโหมดสีและความละเอียดของไฟล์ อ่านต่อได้ที่ คู่มือเตรียมไฟล์สกรีนเสื้อก่อนสั่งผลิต

สีเพี้ยนตอนสกรีนเสื้อ เพราะผ้าไม่ใช่กระดาษขาว

สีของเสื้อเปลี่ยนสีหมึกที่พิมพ์ทับได้โดยตรง หมึกทั่วไปไม่ได้ทึบแสง 100% สีพื้นผ้าจึงโผล่ผ่านชั้นหมึกขึ้นมาได้ บนกระดาษขาว แสงทะลุหมึกแล้วสะท้อนจากพื้นขาวกลับขึ้นมา บนเสื้อสีดำ แสงส่วนใหญ่ถูกผ้าดูดไป สีที่เห็นจึงมืดและหม่นลง

หมึกขาวรองพื้น (white underbase)

วิธีแก้ที่ใช้กันทั่วไปบนเสื้อสีเข้มคือพิมพ์หมึกขาวทึบรองไว้ก่อนแล้วค่อยพิมพ์สีทับ Printful อธิบายว่าถ้าไม่มีชั้นรองพื้นนี้ ผ้าสีเข้มอาจดูดสีอ่อนจนออกมาหม่นหรือเพี้ยน และสีพาสเทลกับสีอ่อนเสียหายมากที่สุด ชั้นขาวทำหน้าที่เป็นพื้นสะท้อนแสงที่กันไม่ให้สีผ้าโผล่ขึ้นมา ทำให้สีด้านบนดูสดและใกล้เคียงสีที่ตั้งใจมากขึ้น

คู่มือของ Printable Press ให้หลักคร่าวๆ ว่า เสื้อที่เข้มกว่าสีเทากลางต้องใช้รองพื้นกับหมึกส่วนใหญ่ แต่ก็มีข้อยกเว้นตามชนิดหมึกและเทคนิค แม้มีรองพื้นแล้ว สีบนเสื้อดำก็ยังอาจต่างจากบนเสื้อขาวอยู่ดี เพราะความทึบของชั้นขาวและความหนาของหมึกส่งผลต่อสีสุดท้าย รายละเอียดเรื่องสกรีนบนเสื้อสีเข้มอ่านต่อได้ใน สกรีนเสื้อสีดำ/สีเข้มแบบไหนสีไม่จม

เนื้อเส้นใยกับการซึมของหมึก

ผ้าเป็นเส้นใยถักทอที่มีช่องว่าง ไม่ใช่ผิวเรียบแบบกระดาษเคลือบ หมึกบางส่วนจึงซึมลงไปในเส้นใยแทนที่จะเกาะอยู่บนผิว แสงที่ตกบนผิวผ้าซึ่งมีลายถักและขนเส้นใยเล็กๆ ก็กระเจิงออกไปหลายทิศ สีจึงดูนุ่มและด้านกว่าภาพบนจอที่เรียบและเปล่งแสง

ชนิดเส้นใยก็มีผล Printable Press ระบุว่าผ้าคอตตอน 100% เป็นพื้นที่พิมพ์ง่ายที่สุด ส่วนโพลีเอสเตอร์และผ้าผสมเสี่ยงกว่า เพราะ สีย้อมในโพลีเอสเตอร์อาจเคลื่อนขึ้นมาในหมึกตอนอบ (dye migration) จนหมึกขาวรองพื้นกลายเป็นชมพู ส้ม หรือเหลือง ผ้า Cotton-Poly และผ้า Tri-blend มีความเสี่ยงระดับกลาง ควรใช้หมึกขาวที่กันสีซึมและทดลองพิมพ์ก่อนผลิตจริง

แสงที่ใช้ดูก็ทำให้สีดูต่างไป

เมทาเมอริซึม (metamerism) คือการที่สองสีดูตรงกันใต้แสงหนึ่ง แต่ดูต่างกันเมื่อเปลี่ยนแหล่งแสง X-Rite อธิบายว่าวัตถุแต่ละชิ้นมี "ลายนิ้วมือสเปกตรัม" หรือรูปแบบการสะท้อนแสงแต่ละความยาวคลื่นของตัวเอง ส่วนแหล่งแสงแต่ละแบบก็มีพลังงานแต่ละช่วงคลื่นไม่เท่ากัน เช่น หลอดไส้เด่นด้านแดง แสงกลางวันเด่นด้านน้ำเงิน

ปัญหานี้เกิดบ่อยเมื่อของชิ้นเดียวทำจากหลายวัสดุ X-Rite ยกตัวอย่างถุงเท้าดำสองข้างที่ดูเหมือนกันในที่หนึ่ง แต่อีกที่หนึ่งข้างหนึ่งออกกรมท่า และเสื้อขาวที่ดูเข้ากันในแสงกลางวันแต่ต่างกันใต้แสง UV เพราะสารเพิ่มความขาว (optical brightener) ในผ้า สำหรับเสื้อสกรีน นี่หมายความว่าสีหมึกที่ดูเข้ากับสีผ้าใต้ไฟออฟฟิศ อาจดูต่างออกไปเมื่อใส่ออกไปกลางแดด

ทางที่ดีคือดูตัวอย่างงานจริงในแสงที่เสื้อจะถูกใช้งาน ไม่ใช่ตัดสินจากหน้าจออย่างเดียว

ลดความต่างของสีได้อย่างไร

ไม่มีใครรับประกันได้ว่าสีบนเสื้อจะเหมือนบนจอทุกจุด แต่ทำให้ใกล้เคียงขึ้นและคาดเดาได้มากขึ้นได้

  • เลี่ยงสีสดจัดที่ใช้ได้เฉพาะบนจอ ถ้าจำเป็นต้องใช้ ให้ยอมรับว่าสีจริงจะหม่นลงบ้าง
  • ระบุสีสำคัญด้วยรหัส Pantone โดยเฉพาะสีโลโก้ จะสื่อสารได้แม่นกว่าการแนบภาพหน้าจอ
  • เทียบกับของจริงที่จับได้ เช่น ชิ้นผ้าตัวอย่าง เสื้อตัวเก่า หรืองานที่พิมพ์แล้ว แทนการเทียบจอกับจอ
  • คิดถึงสีเสื้อตั้งแต่ตอนออกแบบ สีเดียวกันบนเสื้อขาว เสื้อเทา และเสื้อดำจะออกมาไม่เหมือนกัน ดูแนวทางเลือกสีเสื้อได้ที่ เลือกสีเสื้อยืดทำแบรนด์
  • ขอดูตัวอย่างหรือพิมพ์ทดลองก่อนสั่งจำนวนมาก เมื่อสีมีความสำคัญต่อแบรนด์ และดูในแสงหลายแบบ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมสีที่เห็นในมือถือสดกว่าเสื้อที่ได้รับจริง

จอมือถือเปล่งแสงเข้าตาโดยตรง แต่หมึกบนเสื้อทำได้แค่สะท้อนแสงในห้อง สีสดจัดบางสีจึงอยู่นอกขอบเขตสีที่หมึกทำได้ และถูกเลื่อนไปเป็นเฉดที่ใกล้ที่สุดซึ่งหม่นกว่า มือถือหลายรุ่นยังตั้งโหมดสีให้สดกว่าไฟล์จริงอีกด้วย ความต่างแบบนี้จึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่างานพิมพ์ผิดเสมอไป

ส่งรหัส Pantone ไปแล้ว ทำไมสีบนเสื้อยังไม่ตรงเป๊ะ

รหัส Pantone ช่วยให้ทุกฝ่ายพูดถึงสีเป้าหมายเดียวกัน แต่สีจริงยังขึ้นกับวัสดุ สีผ้า ชั้นหมึกขาวรองพื้น และแสงที่ใช้ดู Pantone เองแยกคู่มือสายกราฟิกบนกระดาษออกจากคู่มือสายแฟชั่นที่มีชิ้นผ้าฝ้ายตัวอย่าง เพราะสีบนผ้ากับบนกระดาษไม่เหมือนกัน ควรเทียบกับชิ้นตัวอย่างจริงก่อนผลิต

ควรส่งไฟล์เป็น RGB หรือ CMYK สำหรับงานสกรีนเสื้อ

เรื่องนี้ขึ้นกับเทคนิคการพิมพ์และระบบที่ร้านใช้ จึงควรถามร้านก่อนส่งไฟล์ทุกครั้ง ที่สำคัญกว่าโหมดสีคือการรู้ว่าสีสดบางสีบนจอพิมพ์ด้วยหมึกไม่ได้ ถ้ามีสีที่ต้องตรง เช่น สีโลโก้ ให้แนบรหัส Pantone หรือชิ้นตัวอย่างไปพร้อมไฟล์ จะช่วยลดการตีความผิดได้มาก

ทำไมลายเดียวกัน สกรีนบนเสื้อดำกับเสื้อขาวสีไม่เหมือนกัน

หมึกส่วนใหญ่ไม่ได้ทึบแสงทั้งหมด สีผ้าจึงโผล่ผ่านชั้นหมึกขึ้นมาได้ บนเสื้อขาว แสงสะท้อนจากพื้นขาวช่วยให้สีสด บนเสื้อดำ ผ้าดูดแสงไปมาก จึงต้องพิมพ์หมึกขาวรองพื้นก่อน แม้มีรองพื้นแล้ว ความหนาและความทึบของชั้นขาวก็ยังทำให้สีสุดท้ายต่างจากบนเสื้อขาวได้เล็กน้อย

แหล่งอ้างอิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพมาโครเปรียบเทียบหมึกยางที่นูนเป็นชั้นเงาอยู่บนผิวผ้า กับหมึกจมที่ซึมลงไปในเนื้อผ้าจนสัมผัสเรียบ บนเสื้อคอตตอนตัวเดียวกัน

หมึกสกรีนเสื้อ หมึกยาง vs หมึกจม ต่างกันยังไง

จะสั่งสกรีนเสื้อแบบซิลค์สกรีนทั้งที หลายคนสงสัยว่า หมึกสกรีนเสื้อ มีกี่แบบ และแต่ละแบบให้ผลต่างกันยังไง เพราะเลือกหมึกผิดประเภท ลายที่ได้อาจแข็งกระด้าง ระบายอากาศไม่ดี หรือสีจมหายไปกับเนื้อผ้าจนไม่เด่นอย่างที่ตั้งใจ คำตอบคือหมึกซิลค์สกรีนที่ใช้กันมากมี 2 กลุ่มหลัก — หมึกยางที่ลอยนูนอยู่บนผิวผ้า กับ หมึกจมที่ซึมเข้าเนื้อผ้าให้สัมผัสเนียนนุ่ม บทความนี้อธิบายความต่างของทั้งสองแบบ ข้อดี-ข้อจำกัด และแนะนำว่างานแบบไหนควรเลือกหมึกชนิดใด พร้อมราคาและขั้นต่ำงานซิลค์สกรีนจริงจากโรงงาน Anajak

ภาพมาโครเสื้อยืดคอตตอนสองตัวพับซ้อนกันให้ขอบผ้าชนกัน ตัวหนึ่งเนื้อหนาแน่น อีกตัวบางเนียน เห็นความต่างของความหนาผ้าชัดเจน

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? เสื้อยืดกี่แกรมดี

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? ต่างกันที่ เบอร์เส้นด้าย (yarn count) ที่ใช้ถักเสื้อเป็นหลัก — เลข 20s หมายถึงเส้นด้ายเบอร์ 20 ที่เส้นหนากว่า ทำให้ได้ผ้าหนาแน่นอยู่ทรง ส่วน 32s คือเส้นด้ายเบอร์ 32 ที่เล็กและละเอียดกว่า เนื้อผ้าจึงบางเบาและเนียนกว่า จุดต่างนี้ส่งผลตั้งแต่ความหนา น้ำหนัก ทรงเสื้อ ไปจนถึงราคาและงานที่เหมาะ หลายคนสั่งเสื้อแล้วได้เนื้อหนาเกินจนใส่ร้อน หรือบางเกินจนดูไม่มีราคา เพราะดูแค่ว่า 'กี่แกรม' โดยไม่เข้าใจว่าเบอร์เส้นด้ายกับแกรมสัมพันธ์กันอย่างไร บทความนี้อธิบายความต่างของผ้า 20s กับ 32s (รวมถึง 30s ที่อยู่ตรงกลาง) และสรุปว่าเสื้อยืดกี่แกรมเหมาะกับงานแบบไหน พร้อมสเปกจริง ราคาเริ่มต้น และความหนาแต่ละรุ่นจากโรงงาน Anajak เพื่อให้เลือกผ้าได้ตรงงานตั้งแต่ครั้งแรก

ภาพในโรงงาน มือกำลังลอกแผ่นฟิล์มลายดอกไม้สีสดออกจากเสื้อที่พับไว้ ข้างๆ มีกรอบตะแกรงและยางปาดหมึกวางอยู่

DTF กับ ซิลค์สกรีน เลือกแบบไหนดี? เทียบครบทุกมุม

จะสกรีนเสื้อทั้งที ควรเลือก DTF กับ ซิลค์สกรีน แบบไหนดี? ทั้งสองเทคนิคนิยมกันมากในไทย แต่ให้ผลลัพธ์ ราคา และความคุ้มที่ต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อจำนวนที่สั่งและจำนวนสีของลายไม่เท่ากัน เลือกผิดอาจจ่ายแพงเกินจำเป็น หรือได้งานไม่ตรงกับที่ต้องการ บทความนี้เทียบ DTF (Direct to Film) กับ ซิลค์สกรีน (บล็อกสกรีน) ให้ครบทุกมุม ทั้งวิธีพิมพ์ ความคมชัด ความทน เนื้อผ้าที่รองรับ และราคาจริงจากโรงงาน Anajak พร้อมสรุปให้ชัดว่างานแบบไหนควรใช้เทคนิคใด เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกตั้งแต่ก่อนสั่ง

ความคิดเห็น

ระบบความคิดเห็นจะเปิดใช้งานเร็วๆ นี้

ทักไลน์ได้ตลอดเวลา

พร้อมเริ่มผลิต
กับเราแล้วหรือยัง?

ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและใบเสนอราคาที่เหมาะกับคุณที่สุด

ปรึกษาฟรีใบเสนอราคาใน 24 ชม.ไม่มีขั้นต่ำ