เชียงใหม่, ประเทศไทย
#เจ้าของแบรนด์#สร้างแบรนด์เสื้อยืด

ร้านเสื้อผ้าเปิดใหม่ 8 เดือนพุ่ง 87% ตัวเลขนี้บอกอะไรคนทำแบรนด์

18 ตุลาคม 2569
เจ้าของร้านเสื้อผ้าเปิดใหม่กำลังรีดไอน้ำเสื้อยืดคอตตอนสีเอิร์ธโทนที่แขวนบนราวไม้ ข้างโต๊ะมีเสื้อพับวางไว้

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารายงานว่า ม.ค.–ส.ค. 2569 มีร้านขายปลีกเสื้อผ้าจดทะเบียนตั้งใหม่ 735 ราย เพิ่มขึ้น 342 ราย หรือ 87.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผู้เล่นใหม่เพิ่มขึ้นจริง แต่ยังเป็นแค่ราว 1.2% ของธุรกิจตั้งใหม่ทั้งหมด แบรนด์เล็กจึงแข่งได้ด้วยความชัดเจน

ร้านขายปลีกเสื้อผ้าเป็นกลุ่มที่โตแรงที่สุดในสามกลุ่มธุรกิจที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ยกมาในการแถลงสถิติ 8 เดือนแรกของปี 2569 คือ 735 ราย เพิ่มขึ้น 342 ราย หรือ 87.02% ส่วนการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตโต 52.11% สำหรับคนทำแบรนด์เสื้อ ตัวเลขนี้แปลว่าคู่แข่งที่จดทะเบียนเป็นบริษัทเพิ่มขึ้นจริง แต่ฐานยังเล็ก และสิ่งที่ตัดสินว่าใครอยู่รอดคือแบรนด์ชัดแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามีร้านเปิดใหม่กี่ร้าน

ตัวเลข 87% ของร้านเสื้อผ้าเปิดใหม่ เทียบกับอะไร

ตัวเลข 87.02% ของร้านขายปลีกเสื้อผ้ามาจากการแถลงสถิติจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่สื่อหลายสำนักรายงานเมื่อ 7 กันยายน 2569 โดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นผู้เปิดเผย ทุกสำนักรายงานตัวเลขชุดเดียวกัน คือ ร้านขายปลีกเสื้อผ้า 735 ราย เพิ่มขึ้น 342 ราย คิดเป็น 87.02% ทุนจดทะเบียนรวม 1,001 ล้านบาท

จุดที่ต้องระวังคือช่วงเวลาที่ใช้เทียบ สื่อแต่ละแห่งเขียนไม่ตรงกัน InfoQuest และโพสต์ทูเดย์ระบุว่าเป็นการเทียบกับปีก่อน (YoY) ส่วนฐานเศรษฐกิจโยงตัวเลขนี้กับช่วง 8 เดือนแรกในพาดหัว ที่น่าจะเป็นยอดสะสม 8 เดือนเพราะรายงานรอบเดือนกรกฎาคม 2569 ของฐานเศรษฐกิจให้ตัวเลขร้านขายปลีกเสื้อผ้าไว้ที่ 624 ราย แล้วรอบนี้ขยับเป็น 735 ราย อีกเหตุผลหนึ่งคือภัตตาคาร/ร้านอาหารในรายการเดียวกันมี 2,927 ราย ถ้าเป็นยอดเดือนเดียวจะเกินหนึ่งในสามของธุรกิจตั้งใหม่ทั้งเดือนสิงหาคม (7,913 ราย) ซึ่งเป็นไปได้ยาก

ถ้าคิดย้อนจากตัวเลขที่ประกาศ ฐานเดิมคือราว 393 ราย (735 − 342) ตัวเลขพุ่ง 87% จึงแปลว่าจาก 393 รายเป็น 735 ราย ไม่ใช่จากหลายพันเป็นหลายพัน

ภาพรวมทั้งประเทศช่วง ม.ค.–ส.ค. 2569 มีธุรกิจตั้งใหม่ 60,198 ราย เพิ่มขึ้นเพียง 1.70% จาก 59,189 รายในช่วงเดียวกันของปี 2568 และทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ลดลง 6.53% เหลือ 181,658 ล้านบาท ร้านเสื้อผ้าโตเร็วกว่าภาพรวมมากในช่วงที่ธุรกิจตั้งใหม่ทั้งประเทศแทบไม่โต

ร้านเสื้อผ้าใหม่ 735 ราย แปลว่าคู่แข่งเพิ่มขึ้นแค่ไหน

ร้านเสื้อผ้าใหม่ 735 รายในสถิติ DBD นับเฉพาะ นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน ที่จดทะเบียนผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ได้นับร้านเสื้อผ้าทุกร้านที่เปิดในประเทศ คนขายเสื้อในนามบุคคลธรรมดา ร้านในตลาดนัด หรือร้านออนไลน์ที่ยังไม่ได้ตั้งบริษัท ไม่อยู่ในตัวเลขนี้

เมื่อเทียบขนาด 735 รายคิดเป็นประมาณ 1.2% ของธุรกิจตั้งใหม่ทั้งหมด 60,198 ราย ในช่วงเดียวกัน (คำนวณจากตัวเลข DBD) ร้านเสื้อผ้าจึงโตเร็วแต่ยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่สุด ภัตตาคาร/ร้านอาหารมีถึง 2,927 ราย

สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกได้มีสองอย่าง

  • คนที่จริงจังกับธุรกิจเสื้อผ้ามีมากขึ้น การตั้งบริษัทหมายถึงพร้อมทำบัญชี เสียภาษีแบบนิติบุคคล และมักวางแผนโตเกินขนาดร้านเล็ก
  • ทุนต่อรายยังไม่สูง ทุนจดทะเบียนเฉลี่ยราว 1.36 ล้านบาทต่อราย (1,001 ล้านบาท ÷ 735 ราย) ตัวเลขนี้เป็นทุนที่แจ้งตอนจดทะเบียน ไม่ใช่เงินลงทุนจริง แต่ชี้ว่าผู้เล่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง ไม่ใช่เชนใหญ่

สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกไม่ได้คือ ร้านใหม่ขายเสื้อแบบไหน ขายออนไลน์หรือมีหน้าร้าน และจะอยู่รอดกี่ราย แถลงของ DBD ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมร้านเสื้อผ้าโตแรง อธิบดีพูดเพียงภาพรวมว่าเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป

ขายเสื้อผ้าออนไลน์ แข่งขันหนักขึ้นด้วย

การขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตมีธุรกิจตั้งใหม่ 1,766 ราย เพิ่มขึ้น 605 ราย หรือ 52.11% ทุนจดทะเบียน 2,861 ล้านบาท ในการแถลงรอบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่ใหญ่กว่าร้านเสื้อผ้าเกือบเท่าตัว

หมวดนี้ไม่ได้แยกว่าขายสินค้าอะไร จึงสรุปไม่ได้ว่าเป็นร้านเสื้อผ้ากี่ราย แต่สำหรับคนขายเสื้อผ้าออนไลน์ การแข่งขันมาจากสองทาง คือร้านเสื้อผ้าที่จดทะเบียนใหม่ และร้านออนไลน์ที่ขายสินค้าหลายหมวดรวมถึงเสื้อผ้า ทั้งสองกลุ่มซื้อโฆษณาและแย่งพื้นที่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน

ผลที่ตามมาค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อมีคนขายมากขึ้นในหน้าค้นหาเดียวกัน เสื้อเปล่าลายทั่วไปที่ต่างกันแค่ราคาจะถูกเลื่อนผ่านง่ายขึ้น และการกดราคาลงเพื่อสู้กันกินกำไรทุกฝ่าย

ธุรกิจเปิดใหม่ต้องดูคู่กับธุรกิจที่ปิดตัว

ตัวเลขธุรกิจเปิดใหม่ไม่ได้บอกภาพทั้งหมด เพราะในช่วง ม.ค.–ส.ค. 2569 มีนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกกิจการ 11,420 ราย เพิ่มขึ้น 17.38% จาก 9,729 รายในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเฉพาะเดือนสิงหาคม 2569 มีการเลิกกิจการ 2,244 ราย เพิ่มขึ้น 35.18% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568

ตัวเลขเลิกกิจการเป็นภาพรวมทุกประเภทธุรกิจ ไม่ได้แยกร้านเสื้อผ้าออกมา จึงไม่ควรตีความว่าร้านเสื้อผ้าปิดตัวมากขึ้น แต่ใช้เตือนได้ว่า ในปีที่ธุรกิจตั้งใหม่ทั้งประเทศโตไม่ถึง 2% การเลิกกิจการโตเร็วกว่ามาก การเปิดร้านง่ายขึ้นไม่ได้แปลว่าการอยู่รอดง่ายขึ้นตาม

แบรนด์เล็กควรทำอย่างไรให้โดดเด่นเมื่อร้านเสื้อผ้าเปิดใหม่เยอะขึ้น

แบรนด์เสื้อขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องชนะร้านใหม่ทุกร้าน แค่ต้องเป็นตัวเลือกที่ชัดที่สุดสำหรับลูกค้ากลุ่มหนึ่ง แนวทางด้านล่างเป็นหลักทั่วไปในการทำแบรนด์ ไม่ใช่การทำนายว่าร้านไหนจะอยู่หรือไป

เลือกลูกค้าให้แคบพอจะจำได้

ร้านใหม่หลายร้านขายเสื้อให้ทุกคน ซึ่งทำให้ไม่มีใครจำได้ แบรนด์ที่บอกได้ในประโยคเดียวว่าทำเสื้อให้ใคร เช่น คนวิ่งเช้า แฟนเพลงแนวหนึ่ง หรือคนชอบลายไทยร่วมสมัย จะสื่อสารง่ายกว่า และจ่ายค่าโฆษณาแบบเจาะกลุ่มได้คุ้มกว่า ถ้ายังไม่เคยเริ่ม ลองไล่ขั้นตอนในคู่มือเริ่มทำแบรนด์เสื้อสำหรับมือใหม่

ทำให้หน้าตาแบรนด์คงที่

เมื่อลูกค้าเลื่อนดูสินค้าหลายร้านติดกัน สิ่งที่ทำให้จำได้คือความสม่ำเสมอ ทั้งโทนสีเสื้อ สไตล์ลาย และวิธีถ่ายรูป การเลือกสีเสื้อหลักไม่กี่สีที่เข้ากับคาแรกเตอร์แบรนด์และสกรีนออกมาสวยช่วยได้มาก อ่านต่อได้ที่วิธีเลือกสีเสื้อยืดสำหรับทำแบรนด์

อย่าใช้ราคาเป็นอาวุธหลัก

เมื่อคู่แข่งเพิ่ม คนมักลดราคาก่อนอย่างอื่น แต่ร้านเล็กมีต้นทุนต่อตัวสูงกว่าร้านที่ผลิตทีละมาก สงครามราคาจึงมักเสียเปรียบ ตั้งราคาจากต้นทุนจริงทั้งหมด (เสื้อ ค่าสกรีน แพ็กเกจ ค่าส่ง ค่าโฆษณา ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม) แล้วค่อยดูว่าเหลือกำไรพอไหม รายละเอียดการคิดอยู่ในคู่มือตั้งราคาขายเสื้อยืดและคิดกำไร

เริ่มล็อตเล็ก วัดผล แล้วค่อยขยาย

ช่วงที่ตลาดคึกคักชวนให้รีบลงทุนสต็อกเยอะ แต่ตัวเลขเลิกกิจการที่เพิ่มขึ้นเป็นเหตุผลให้คุมความเสี่ยง การผลิตล็อตแรกน้อยๆ เพื่อดูว่าลายไหนขายได้ ลดโอกาสเหลือเสื้อค้างสต็อก และเก็บเงินไว้ทำลายถัดไปที่ลูกค้าตอบรับจริง

คำถามที่พบบ่อย

ร้านเสื้อผ้าเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 87% ตามข่าว แปลว่าตอนนี้ยังควรเปิดร้านเสื้อผ้าอยู่ไหม

ตัวเลขนี้บอกว่าคนเข้าตลาดเพิ่ม ไม่ได้บอกว่าตลาดโตตามหรือร้านใหม่ขายได้ดี ฐานยังเล็ก คือจากราว 393 รายเป็น 735 รายในช่วง ม.ค.–ส.ค. ถ้ามีกลุ่มลูกค้าชัดและคุมต้นทุนได้ ยังมีที่ให้เล่น แต่ถ้าจะขายเสื้อทั่วไปแข่งด้วยราคา คู่แข่งที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ยากขึ้น

ตัวเลข 735 ร้านของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นับร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ที่เป็นบุคคลธรรมดาด้วยไหม

ไม่นับ สถิติธุรกิจตั้งใหม่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาจากระบบจดทะเบียนนิติบุคคล คือบริษัทและห้างหุ้นส่วน คนที่ขายเสื้อผ้าออนไลน์หรือในตลาดนัดในนามตัวเองไม่อยู่ในตัวเลขนี้ จำนวนคนขายเสื้อผ้าจริงในตลาดจึงมากกว่า 735 รายแน่นอน

ขายเสื้อผ้าออนไลน์ แข่งขันหนักขึ้นแค่ไหนจากข่าวธุรกิจตั้งใหม่ปี 2569

ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตตั้งใหม่ 1,766 ราย เพิ่มขึ้น 52.11% ตามการแถลงของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อ 7 ก.ย. 2569 หมวดนี้ไม่แยกประเภทสินค้า จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นร้านเสื้อผ้ากี่ราย แต่แปลว่ามีผู้ขายที่จดทะเบียนแย่งพื้นที่โฆษณาและหน้าค้นหาบนแพลตฟอร์มมากขึ้นชัดเจน

จะเปิดร้านเสื้อผ้าควรจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่แรกเลยไหม

ขึ้นกับขนาดยอดขายและแผนธุรกิจ การเป็นนิติบุคคลช่วยเรื่องความน่าเชื่อถือและการทำงานกับคู่ค้าบางราย แต่มีภาระทำบัญชีและยื่นภาษีเพิ่ม หลายร้านเริ่มในนามบุคคลธรรมดาแล้วจดบริษัทเมื่อยอดขายโต ก่อนตัดสินใจควรปรึกษานักบัญชีหรือดูข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง

แหล่งอ้างอิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพมาโครเปรียบเทียบหมึกยางที่นูนเป็นชั้นเงาอยู่บนผิวผ้า กับหมึกจมที่ซึมลงไปในเนื้อผ้าจนสัมผัสเรียบ บนเสื้อคอตตอนตัวเดียวกัน

หมึกสกรีนเสื้อ หมึกยาง vs หมึกจม ต่างกันยังไง

จะสั่งสกรีนเสื้อแบบซิลค์สกรีนทั้งที หลายคนสงสัยว่า หมึกสกรีนเสื้อ มีกี่แบบ และแต่ละแบบให้ผลต่างกันยังไง เพราะเลือกหมึกผิดประเภท ลายที่ได้อาจแข็งกระด้าง ระบายอากาศไม่ดี หรือสีจมหายไปกับเนื้อผ้าจนไม่เด่นอย่างที่ตั้งใจ คำตอบคือหมึกซิลค์สกรีนที่ใช้กันมากมี 2 กลุ่มหลัก — หมึกยางที่ลอยนูนอยู่บนผิวผ้า กับ หมึกจมที่ซึมเข้าเนื้อผ้าให้สัมผัสเนียนนุ่ม บทความนี้อธิบายความต่างของทั้งสองแบบ ข้อดี-ข้อจำกัด และแนะนำว่างานแบบไหนควรเลือกหมึกชนิดใด พร้อมราคาและขั้นต่ำงานซิลค์สกรีนจริงจากโรงงาน Anajak

ภาพมาโครเสื้อยืดคอตตอนสองตัวพับซ้อนกันให้ขอบผ้าชนกัน ตัวหนึ่งเนื้อหนาแน่น อีกตัวบางเนียน เห็นความต่างของความหนาผ้าชัดเจน

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? เสื้อยืดกี่แกรมดี

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? ต่างกันที่ เบอร์เส้นด้าย (yarn count) ที่ใช้ถักเสื้อเป็นหลัก — เลข 20s หมายถึงเส้นด้ายเบอร์ 20 ที่เส้นหนากว่า ทำให้ได้ผ้าหนาแน่นอยู่ทรง ส่วน 32s คือเส้นด้ายเบอร์ 32 ที่เล็กและละเอียดกว่า เนื้อผ้าจึงบางเบาและเนียนกว่า จุดต่างนี้ส่งผลตั้งแต่ความหนา น้ำหนัก ทรงเสื้อ ไปจนถึงราคาและงานที่เหมาะ หลายคนสั่งเสื้อแล้วได้เนื้อหนาเกินจนใส่ร้อน หรือบางเกินจนดูไม่มีราคา เพราะดูแค่ว่า 'กี่แกรม' โดยไม่เข้าใจว่าเบอร์เส้นด้ายกับแกรมสัมพันธ์กันอย่างไร บทความนี้อธิบายความต่างของผ้า 20s กับ 32s (รวมถึง 30s ที่อยู่ตรงกลาง) และสรุปว่าเสื้อยืดกี่แกรมเหมาะกับงานแบบไหน พร้อมสเปกจริง ราคาเริ่มต้น และความหนาแต่ละรุ่นจากโรงงาน Anajak เพื่อให้เลือกผ้าได้ตรงงานตั้งแต่ครั้งแรก

ภาพในโรงงาน มือกำลังลอกแผ่นฟิล์มลายดอกไม้สีสดออกจากเสื้อที่พับไว้ ข้างๆ มีกรอบตะแกรงและยางปาดหมึกวางอยู่

DTF กับ ซิลค์สกรีน เลือกแบบไหนดี? เทียบครบทุกมุม

จะสกรีนเสื้อทั้งที ควรเลือก DTF กับ ซิลค์สกรีน แบบไหนดี? ทั้งสองเทคนิคนิยมกันมากในไทย แต่ให้ผลลัพธ์ ราคา และความคุ้มที่ต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อจำนวนที่สั่งและจำนวนสีของลายไม่เท่ากัน เลือกผิดอาจจ่ายแพงเกินจำเป็น หรือได้งานไม่ตรงกับที่ต้องการ บทความนี้เทียบ DTF (Direct to Film) กับ ซิลค์สกรีน (บล็อกสกรีน) ให้ครบทุกมุม ทั้งวิธีพิมพ์ ความคมชัด ความทน เนื้อผ้าที่รองรับ และราคาจริงจากโรงงาน Anajak พร้อมสรุปให้ชัดว่างานแบบไหนควรใช้เทคนิคใด เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกตั้งแต่ก่อนสั่ง

ความคิดเห็น

ระบบความคิดเห็นจะเปิดใช้งานเร็วๆ นี้

ทักไลน์ได้ตลอดเวลา

พร้อมเริ่มผลิต
กับเราแล้วหรือยัง?

ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและใบเสนอราคาที่เหมาะกับคุณที่สุด

ปรึกษาฟรีใบเสนอราคาใน 24 ชม.ไม่มีขั้นต่ำ