ร้านขายปลีกเสื้อผ้าเป็นกลุ่มที่โตแรงที่สุดในสามกลุ่มธุรกิจที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ยกมาในการแถลงสถิติ 8 เดือนแรกของปี 2569 คือ 735 ราย เพิ่มขึ้น 342 ราย หรือ 87.02% ส่วนการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตโต 52.11% สำหรับคนทำแบรนด์เสื้อ ตัวเลขนี้แปลว่าคู่แข่งที่จดทะเบียนเป็นบริษัทเพิ่มขึ้นจริง แต่ฐานยังเล็ก และสิ่งที่ตัดสินว่าใครอยู่รอดคือแบรนด์ชัดแค่ไหน ไม่ใช่ว่ามีร้านเปิดใหม่กี่ร้าน
ตัวเลข 87% ของร้านเสื้อผ้าเปิดใหม่ เทียบกับอะไร
ตัวเลข 87.02% ของร้านขายปลีกเสื้อผ้ามาจากการแถลงสถิติจดทะเบียนธุรกิจของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่สื่อหลายสำนักรายงานเมื่อ 7 กันยายน 2569 โดยนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นผู้เปิดเผย ทุกสำนักรายงานตัวเลขชุดเดียวกัน คือ ร้านขายปลีกเสื้อผ้า 735 ราย เพิ่มขึ้น 342 ราย คิดเป็น 87.02% ทุนจดทะเบียนรวม 1,001 ล้านบาท
จุดที่ต้องระวังคือช่วงเวลาที่ใช้เทียบ สื่อแต่ละแห่งเขียนไม่ตรงกัน InfoQuest และโพสต์ทูเดย์ระบุว่าเป็นการเทียบกับปีก่อน (YoY) ส่วนฐานเศรษฐกิจโยงตัวเลขนี้กับช่วง 8 เดือนแรกในพาดหัว ที่น่าจะเป็นยอดสะสม 8 เดือนเพราะรายงานรอบเดือนกรกฎาคม 2569 ของฐานเศรษฐกิจให้ตัวเลขร้านขายปลีกเสื้อผ้าไว้ที่ 624 ราย แล้วรอบนี้ขยับเป็น 735 ราย อีกเหตุผลหนึ่งคือภัตตาคาร/ร้านอาหารในรายการเดียวกันมี 2,927 ราย ถ้าเป็นยอดเดือนเดียวจะเกินหนึ่งในสามของธุรกิจตั้งใหม่ทั้งเดือนสิงหาคม (7,913 ราย) ซึ่งเป็นไปได้ยาก
ถ้าคิดย้อนจากตัวเลขที่ประกาศ ฐานเดิมคือราว 393 ราย (735 − 342) ตัวเลขพุ่ง 87% จึงแปลว่าจาก 393 รายเป็น 735 ราย ไม่ใช่จากหลายพันเป็นหลายพัน
ภาพรวมทั้งประเทศช่วง ม.ค.–ส.ค. 2569 มีธุรกิจตั้งใหม่ 60,198 ราย เพิ่มขึ้นเพียง 1.70% จาก 59,189 รายในช่วงเดียวกันของปี 2568 และทุนจดทะเบียนตั้งใหม่ลดลง 6.53% เหลือ 181,658 ล้านบาท ร้านเสื้อผ้าโตเร็วกว่าภาพรวมมากในช่วงที่ธุรกิจตั้งใหม่ทั้งประเทศแทบไม่โต
ร้านเสื้อผ้าใหม่ 735 ราย แปลว่าคู่แข่งเพิ่มขึ้นแค่ไหน
ร้านเสื้อผ้าใหม่ 735 รายในสถิติ DBD นับเฉพาะ นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วน ที่จดทะเบียนผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ได้นับร้านเสื้อผ้าทุกร้านที่เปิดในประเทศ คนขายเสื้อในนามบุคคลธรรมดา ร้านในตลาดนัด หรือร้านออนไลน์ที่ยังไม่ได้ตั้งบริษัท ไม่อยู่ในตัวเลขนี้
เมื่อเทียบขนาด 735 รายคิดเป็นประมาณ 1.2% ของธุรกิจตั้งใหม่ทั้งหมด 60,198 ราย ในช่วงเดียวกัน (คำนวณจากตัวเลข DBD) ร้านเสื้อผ้าจึงโตเร็วแต่ยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ที่สุด ภัตตาคาร/ร้านอาหารมีถึง 2,927 ราย
สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกได้มีสองอย่าง
- คนที่จริงจังกับธุรกิจเสื้อผ้ามีมากขึ้น การตั้งบริษัทหมายถึงพร้อมทำบัญชี เสียภาษีแบบนิติบุคคล และมักวางแผนโตเกินขนาดร้านเล็ก
- ทุนต่อรายยังไม่สูง ทุนจดทะเบียนเฉลี่ยราว 1.36 ล้านบาทต่อราย (1,001 ล้านบาท ÷ 735 ราย) ตัวเลขนี้เป็นทุนที่แจ้งตอนจดทะเบียน ไม่ใช่เงินลงทุนจริง แต่ชี้ว่าผู้เล่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง ไม่ใช่เชนใหญ่
สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกไม่ได้คือ ร้านใหม่ขายเสื้อแบบไหน ขายออนไลน์หรือมีหน้าร้าน และจะอยู่รอดกี่ราย แถลงของ DBD ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมร้านเสื้อผ้าโตแรง อธิบดีพูดเพียงภาพรวมว่าเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
ขายเสื้อผ้าออนไลน์ แข่งขันหนักขึ้นด้วย
การขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตมีธุรกิจตั้งใหม่ 1,766 ราย เพิ่มขึ้น 605 ราย หรือ 52.11% ทุนจดทะเบียน 2,861 ล้านบาท ในการแถลงรอบเดียวกัน เป็นกลุ่มที่ใหญ่กว่าร้านเสื้อผ้าเกือบเท่าตัว
หมวดนี้ไม่ได้แยกว่าขายสินค้าอะไร จึงสรุปไม่ได้ว่าเป็นร้านเสื้อผ้ากี่ราย แต่สำหรับคนขายเสื้อผ้าออนไลน์ การแข่งขันมาจากสองทาง คือร้านเสื้อผ้าที่จดทะเบียนใหม่ และร้านออนไลน์ที่ขายสินค้าหลายหมวดรวมถึงเสื้อผ้า ทั้งสองกลุ่มซื้อโฆษณาและแย่งพื้นที่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน
ผลที่ตามมาค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อมีคนขายมากขึ้นในหน้าค้นหาเดียวกัน เสื้อเปล่าลายทั่วไปที่ต่างกันแค่ราคาจะถูกเลื่อนผ่านง่ายขึ้น และการกดราคาลงเพื่อสู้กันกินกำไรทุกฝ่าย
ธุรกิจเปิดใหม่ต้องดูคู่กับธุรกิจที่ปิดตัว
ตัวเลขธุรกิจเปิดใหม่ไม่ได้บอกภาพทั้งหมด เพราะในช่วง ม.ค.–ส.ค. 2569 มีนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกกิจการ 11,420 ราย เพิ่มขึ้น 17.38% จาก 9,729 รายในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเฉพาะเดือนสิงหาคม 2569 มีการเลิกกิจการ 2,244 ราย เพิ่มขึ้น 35.18% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2568
ตัวเลขเลิกกิจการเป็นภาพรวมทุกประเภทธุรกิจ ไม่ได้แยกร้านเสื้อผ้าออกมา จึงไม่ควรตีความว่าร้านเสื้อผ้าปิดตัวมากขึ้น แต่ใช้เตือนได้ว่า ในปีที่ธุรกิจตั้งใหม่ทั้งประเทศโตไม่ถึง 2% การเลิกกิจการโตเร็วกว่ามาก การเปิดร้านง่ายขึ้นไม่ได้แปลว่าการอยู่รอดง่ายขึ้นตาม
แบรนด์เล็กควรทำอย่างไรให้โดดเด่นเมื่อร้านเสื้อผ้าเปิดใหม่เยอะขึ้น
แบรนด์เสื้อขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องชนะร้านใหม่ทุกร้าน แค่ต้องเป็นตัวเลือกที่ชัดที่สุดสำหรับลูกค้ากลุ่มหนึ่ง แนวทางด้านล่างเป็นหลักทั่วไปในการทำแบรนด์ ไม่ใช่การทำนายว่าร้านไหนจะอยู่หรือไป
เลือกลูกค้าให้แคบพอจะจำได้
ร้านใหม่หลายร้านขายเสื้อให้ทุกคน ซึ่งทำให้ไม่มีใครจำได้ แบรนด์ที่บอกได้ในประโยคเดียวว่าทำเสื้อให้ใคร เช่น คนวิ่งเช้า แฟนเพลงแนวหนึ่ง หรือคนชอบลายไทยร่วมสมัย จะสื่อสารง่ายกว่า และจ่ายค่าโฆษณาแบบเจาะกลุ่มได้คุ้มกว่า ถ้ายังไม่เคยเริ่ม ลองไล่ขั้นตอนในคู่มือเริ่มทำแบรนด์เสื้อสำหรับมือใหม่
ทำให้หน้าตาแบรนด์คงที่
เมื่อลูกค้าเลื่อนดูสินค้าหลายร้านติดกัน สิ่งที่ทำให้จำได้คือความสม่ำเสมอ ทั้งโทนสีเสื้อ สไตล์ลาย และวิธีถ่ายรูป การเลือกสีเสื้อหลักไม่กี่สีที่เข้ากับคาแรกเตอร์แบรนด์และสกรีนออกมาสวยช่วยได้มาก อ่านต่อได้ที่วิธีเลือกสีเสื้อยืดสำหรับทำแบรนด์
อย่าใช้ราคาเป็นอาวุธหลัก
เมื่อคู่แข่งเพิ่ม คนมักลดราคาก่อนอย่างอื่น แต่ร้านเล็กมีต้นทุนต่อตัวสูงกว่าร้านที่ผลิตทีละมาก สงครามราคาจึงมักเสียเปรียบ ตั้งราคาจากต้นทุนจริงทั้งหมด (เสื้อ ค่าสกรีน แพ็กเกจ ค่าส่ง ค่าโฆษณา ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม) แล้วค่อยดูว่าเหลือกำไรพอไหม รายละเอียดการคิดอยู่ในคู่มือตั้งราคาขายเสื้อยืดและคิดกำไร
เริ่มล็อตเล็ก วัดผล แล้วค่อยขยาย
ช่วงที่ตลาดคึกคักชวนให้รีบลงทุนสต็อกเยอะ แต่ตัวเลขเลิกกิจการที่เพิ่มขึ้นเป็นเหตุผลให้คุมความเสี่ยง การผลิตล็อตแรกน้อยๆ เพื่อดูว่าลายไหนขายได้ ลดโอกาสเหลือเสื้อค้างสต็อก และเก็บเงินไว้ทำลายถัดไปที่ลูกค้าตอบรับจริง
คำถามที่พบบ่อย
ร้านเสื้อผ้าเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 87% ตามข่าว แปลว่าตอนนี้ยังควรเปิดร้านเสื้อผ้าอยู่ไหม
ตัวเลขนี้บอกว่าคนเข้าตลาดเพิ่ม ไม่ได้บอกว่าตลาดโตตามหรือร้านใหม่ขายได้ดี ฐานยังเล็ก คือจากราว 393 รายเป็น 735 รายในช่วง ม.ค.–ส.ค. ถ้ามีกลุ่มลูกค้าชัดและคุมต้นทุนได้ ยังมีที่ให้เล่น แต่ถ้าจะขายเสื้อทั่วไปแข่งด้วยราคา คู่แข่งที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ยากขึ้น
ตัวเลข 735 ร้านของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นับร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ที่เป็นบุคคลธรรมดาด้วยไหม
ไม่นับ สถิติธุรกิจตั้งใหม่ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาจากระบบจดทะเบียนนิติบุคคล คือบริษัทและห้างหุ้นส่วน คนที่ขายเสื้อผ้าออนไลน์หรือในตลาดนัดในนามตัวเองไม่อยู่ในตัวเลขนี้ จำนวนคนขายเสื้อผ้าจริงในตลาดจึงมากกว่า 735 รายแน่นอน
ขายเสื้อผ้าออนไลน์ แข่งขันหนักขึ้นแค่ไหนจากข่าวธุรกิจตั้งใหม่ปี 2569
ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตตั้งใหม่ 1,766 ราย เพิ่มขึ้น 52.11% ตามการแถลงของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อ 7 ก.ย. 2569 หมวดนี้ไม่แยกประเภทสินค้า จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นร้านเสื้อผ้ากี่ราย แต่แปลว่ามีผู้ขายที่จดทะเบียนแย่งพื้นที่โฆษณาและหน้าค้นหาบนแพลตฟอร์มมากขึ้นชัดเจน
จะเปิดร้านเสื้อผ้าควรจดทะเบียนบริษัทตั้งแต่แรกเลยไหม
ขึ้นกับขนาดยอดขายและแผนธุรกิจ การเป็นนิติบุคคลช่วยเรื่องความน่าเชื่อถือและการทำงานกับคู่ค้าบางราย แต่มีภาระทำบัญชีและยื่นภาษีเพิ่ม หลายร้านเริ่มในนามบุคคลธรรมดาแล้วจดบริษัทเมื่อยอดขายโต ก่อนตัดสินใจควรปรึกษานักบัญชีหรือดูข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยตรง
แหล่งอ้างอิง
- ฐานเศรษฐกิจ: พาณิชย์เปิดยอดธุรกิจใหม่ 8 เดือน พุ่ง 6.02 หมื่นราย ร้านเสื้อผ้า-ออนไลน์มาแรง (7 ก.ย. 2569)
- ฐานเศรษฐกิจ: สถิติเดือน ก.ค. จดทะเบียนธุรกิจใหม่ลด แต่ทุนเพิ่มกว่า 143% จับตา 3 ธุรกิจดาวรุ่ง
- InfoQuest: ยอดธุรกิจตั้งใหม่ 8 เดือนแรก ทะลุ 6 หมื่นราย ขายสินค้าออนไลน์มาแรง (7 ก.ย. 2569)
- โพสต์ทูเดย์: รายงานสถิติธุรกิจตั้งใหม่จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (7 ก.ย. 2569)
- กรุงเทพธุรกิจ: กรมพัฒน์ เผย ยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่ 8 เดือนเฉียด 6 หมื่นราย
- GD Catalog: ชุดข้อมูลจำนวนการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่ (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า)





