ฝ้ายโลกตึงตัวแค่ไหน ตัวเลขล่าสุดของ USDA บอกอะไร
กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ประเมินฤดูกาลฝ้าย 2026/27 (ส.ค. 2026 – ก.ค. 2027) ว่า ผลผลิตฝ้ายโลกจะลดลง 4.6 ล้านเบล หรือราว 4% เหลือ 117.3 ล้านเบล ขณะที่ การใช้ฝ้ายในโรงปั่นทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านเบล (1.5%) เป็น 122.9 ล้านเบล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี (หน้า Cotton and Wool – Market Outlook ของ USDA ERS ปรับปรุง 18 ก.ย. 2026) ผลผลิตลดลงแทบทุกประเทศผู้ปลูกรายใหญ่ ยกเว้นอินเดีย
พอใช้มากกว่าปลูก ของในคลังก็ต้องถูกดึงออกมาใช้ USDA ระบุว่า สต๊อกฝ้ายโลกปลายฤดูจะลดลงเกือบ 5.5 ล้านเบล หรือราว 7% และช่องว่างระหว่างการใช้กับการผลิตรอบนี้ กว้างที่สุดตั้งแต่ฤดู 2020/21 ส่วนการค้าฝ้ายระหว่างประเทศคาดว่าจะลดลงเล็กน้อย โดยบราซิลกับสหรัฐฯ ยังเป็นผู้ส่งออกหลัก และเวียดนามกับบังกลาเทศเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่
ตรงนี้สำคัญกับไทย เพราะไทยไม่ได้ปลูกฝ้ายในระดับที่เลี้ยงอุตสาหกรรมตัวเองได้ ฝ้ายที่กลายมาเป็นผ้าจึงเดินทางมาจากตลาดโลก ราคาที่ตกลงกันในตลาดโลกจึงเป็นต้นน้ำของผ้าที่โรงงานตัดเย็บใช้อยู่
ราคาฝ้ายตอนนี้อยู่ตรงไหน และขึ้นจริงไหม
ราคาฝ้ายมีหลายตัวเลข และแต่ละตัวบอกคนละเรื่อง ตัวที่วงการผ้าใช้อ้างอิงมากที่สุดคือ Cotlook A Index ซึ่งอยู่ที่ 93.25 เซนต์สหรัฐ/ปอนด์ เมื่อ 13:30 GMT วันที่ 23 ก.ย. 2026 (ลดลง 0.40 เซนต์จากวันก่อนหน้า) ตัวนี้คือราคาฝ้ายของจริงส่งมอบถึงฝั่งเอเชีย ส่วนฝั่งตลาดล่วงหน้า สัญญาฝ้าย ICE ปิดที่ราว 83.31 เซนต์/ปอนด์ วันที่ 24 ก.ย. 2026
ที่น่าสนใจคือทิศทาง ข้อมูลจาก Trading Economics วันเดียวกันระบุว่าราคาฝ้ายล่วงหน้า ลดลงราว 5.7% ในรอบหนึ่งเดือน แต่ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 30.7% แปลว่านี่ไม่ใช่ราคาพุ่งแบบรายวัน แต่เป็นฐานราคาที่ขยับขึ้นมาทั้งปี แล้วแกว่งลงระหว่างทางตามฤดูเก็บเกี่ยว
อีกก้อนที่คนทำแบรนด์ไทยมักลืมคิดคือค่าเงิน ฝ้ายซื้อขายเป็นดอลลาร์ อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33.49 บาท/ดอลลาร์ วันที่ 24 ก.ย. 2026 และเงินบาทอ่อนลงราว 2.5% ในรอบเดือน กับราว 4% ในรอบปี ต่อให้ราคาฝ้ายเป็นดอลลาร์นิ่ง ต้นทุนเมื่อแปลงเป็นบาทก็ยังขยับขึ้นได้เอง
ฝ้ายขึ้น 10% แปลว่าเสื้อแพงขึ้น 10% หรือเปล่า
ไม่ใช่ และห่างกันมาก เพราะฝ้ายดิบเป็นแค่ชิ้นแรกของสายการผลิต กว่าจะเป็นเสื้อหนึ่งตัวยังต้องผ่านการปั่นเป็นด้าย ถักเป็นผืน ย้อมและตกแต่งผ้า ตัดเย็บ แล้วค่อยมาถึงงานสกรีน แต่ละขั้นมีค่าแรง ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเคมี และกำไรของตัวเองซ้อนอยู่ ฝ้ายขยับ 10% จึงไปโผล่ที่ปลายทางในสัดส่วนที่เล็กกว่านั้นมาก
ลองคิดเป็นตัวเลขหยาบๆ ให้เห็นภาพ (เป็นการประมาณเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ราคาผ้าหรือราคาเสื้อของโรงงานใด): ที่ราคา Cotlook A 93.25 เซนต์/ปอนด์ และ 1 ปอนด์ = 0.4536 กิโลกรัม ฝ้ายดิบตกราว 2.06 ดอลลาร์/กก. หรือประมาณ 69 บาท/กก. ที่อัตรา 33.49 บาท/ดอลลาร์ สมมติเสื้อยืดไซซ์ M ใช้ผ้าราว 0.2 กก. และเผื่อการสูญเสียระหว่างปั่น-ถักอีกราว 15% ก็ต้องใช้ฝ้ายดิบราว 0.23 กก. คิดเป็นค่าฝ้ายดิบราว 16 บาทต่อเสื้อหนึ่งตัว
ถ้าราคาฝ้ายขึ้นอีก 10% ต้นทุนก้อนนี้เพิ่มราว 1.6 บาทต่อตัว ไม่ใช่ 10% ของราคาเสื้อทั้งตัว นี่คือเหตุผลที่ข่าวพาดหัวว่าฝ้ายแพงขึ้นแล้วคนทำแบรนด์ตกใจ แต่ใบเสนอราคากลับขยับน้อยกว่าที่คิด — และในทางกลับกัน เวลาราคาฝ้ายลง ราคาผ้าก็ไม่ได้ลดตามทันทีด้วยเหตุผลเดียวกัน
ทำไมต้นทุนถึงมาถึงคนสั่งเสื้อช้าเป็นเดือน
ฝ้ายที่ซื้อขายกันวันนี้ยังไม่ใช่ผ้าที่ตัดเป็นเสื้อวันนี้ ระหว่างทางมีของค้างอยู่ในระบบเป็นชั้นๆ โรงปั่นมีฝ้ายในคลังและมีสัญญาซื้อล่วงหน้าที่ตกลงราคากันไปแล้ว โรงถักกับโรงย้อมมีผ้าดิบและผ้าสำเร็จค้างอยู่ ส่วนโรงงานเสื้อเปล่าก็มีสต๊อกเสื้อที่ผลิตจากผ้าล็อตก่อน ราคาฝ้ายที่ขยับวันนี้จึงต้องรอให้ของเก่าหมุนออกไปก่อนจึงโผล่ในราคาขายจริง
ผลพลอยได้ของกลไกนี้คือราคาที่คนสั่งเสื้อเจอมักเปลี่ยนเป็นขั้นบันได ไม่ใช่ขึ้นทีละสตางค์ตามกราฟรายวัน พอถึงรอบเปลี่ยนล็อตผ้า ราคาก็ขยับทีเดียว และมักไม่กลับลงทันทีที่ตลาดโลกย่อตัว
คนทำแบรนด์เล็กควรทำอะไรตอนนี้
สิ่งที่ควบคุมได้จริงไม่ใช่ราคาฝ้าย แต่เป็นวิธีสั่งและวิธีตั้งราคา สี่ข้อนี้คือสิ่งที่ทำได้เลยในรอบการผลิตถัดไป
- ถามให้ชัดว่าผ้าที่จะใช้เป็นล็อตเดิมหรือล็อตใหม่ ก่อนยืนยันออร์เดอร์ เพราะราคาและเฉดสีของผ้าคนละล็อตมักไม่เท่ากัน เรื่องนี้สำคัญเป็นพิเศษถ้าจะเติมสินค้ารุ่นเดิมทีหลัง
- รวมรอบสั่งให้ใหญ่ขึ้นแทนการสั่งย่อยถี่ๆ การสั่งครั้งเดียวจบทำให้ได้ผ้าล็อตเดียวกันทั้งหมด และลดจำนวนครั้งที่ต้องไปเจอราคาใหม่
- แยกให้ออกว่ารุ่นไหนต้องเป็นคอตตอน 100% จริงๆ งานที่เน้นสัมผัสนุ่มและใส่สบายควรอยู่กับคอตตอน ส่วนงานยูนิฟอร์มหรือเสื้อทีมที่เน้นทนและไม่ต้องรีด การขยับไปผ้า TC (โพลีเอสเตอร์ 65% ฝ้าย 35%) หรือ CVC ช่วยลดสัดส่วนที่ผูกกับราคาฝ้ายลงได้ แลกกับการระบายอากาศที่ด้อยกว่า อ่านข้อแลกเปลี่ยนแบบละเอียดได้ที่บทเทียบผ้า Cotton กับ TC ทั้งนี้สภาผู้ปลูกฝ้ายสหรัฐฯ (NCC) เองก็ระบุในบทวิเคราะห์ตลาดโลกเมื่อ 12 ก.พ. 2026 ว่าเส้นใยสังเคราะห์ที่ถูกกว่าเป็นแรงกดดันต่อการใช้ฝ้ายมาตลอด
- ตั้งราคาขายเผื่อต้นทุนผันผวน ไม่ใช่คิดจากต้นทุนล่าสุดพอดีเป๊ะ ถ้าคิดกำไรขั้นต้นไว้บางมาก ต้นทุนผ้าที่ขยับไม่กี่บาทก็กินส่วนต่างหมดได้ วิธีคำนวณอยู่ในคู่มือตั้งราคาขายเสื้อยืด
สิ่งที่ไม่ควรทำคือตุนผ้าเกินความจำเป็นเพราะกลัวราคาขึ้น ตัวเลขเดือนล่าสุดเตือนอยู่ว่าราคาฝ้ายไม่ได้ขึ้นทางเดียว — ล่วงหน้าลดลงราว 5.7% ในหนึ่งเดือน ทั้งที่ภาพทั้งปียังเป็นขาขึ้น ผ้าที่ซื้อมากองไว้มีต้นทุนเก็บ มีความเสี่ยงเฉดเพี้ยน และกลายเป็นเงินจมที่เอาไปทำการตลาดไม่ได้
สำหรับคนที่สั่งงานกับโรงงานสกรีนเสื้ออย่าง Anajak T-Shirt หรือโรงงานอื่น คำถามที่ให้ข้อมูลมากที่สุดก่อนเคาะออร์เดอร์คือ ผ้ารุ่นนี้ยังเป็นล็อตเดิมอยู่ไหม และราคาที่เสนอยืนได้ถึงเมื่อไหร่
คำถามที่พบบ่อย
ราคาฝ้ายโลกขึ้น แปลว่าเสื้อที่สั่งจะแพงขึ้นทันทีเลยไหม
ไม่ทันที ฝ้ายดิบเป็นต้นทุนก้อนเดียวในสายที่ยาวกว่านั้นมาก ทั้งการปั่นด้าย ถักผ้า ย้อม ตัดเย็บ และสกรีน แถมผ้าที่โรงงานใช้อยู่ตอนนี้มักซื้อมาก่อนหน้าหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ราคามักขยับเป็นขั้นตอนตอนเปลี่ยนล็อตผ้า ไม่ใช่ขยับตามกราฟรายวัน
สต๊อกฝ้ายโลกลดลงเท่าไหร่ และทำไมถึงสำคัญ
USDA (ปรับปรุง 18 ก.ย. 2026) คาดว่าสต๊อกฝ้ายโลกปลายฤดู 2026/27 จะลดลงเกือบ 5.5 ล้านเบล หรือราว 7% เพราะการใช้ในโรงปั่น 122.9 ล้านเบล สูงกว่าผลผลิต 117.3 ล้านเบล สต๊อกที่บางลงแปลว่าตลาดมีกันชนน้อยลงเวลาเจอภัยแล้งหรือปัญหาเก็บเกี่ยว ราคาจึงเหวี่ยงแรงขึ้น
ควรเปลี่ยนจากคอตตอน 100% ไปใช้ผ้า TC เพื่อลดต้นทุนไหม
ขึ้นกับว่าเสื้อรุ่นนั้นขายอะไร ผ้า TC มีฝ้ายราว 35% จึงผูกกับราคาฝ้ายน้อยกว่า และดูแลง่ายกว่าสำหรับงานยูนิฟอร์ม แต่ระบายอากาศและสัมผัสสู้คอตตอน 100% ไม่ได้ ถ้าจุดขายของแบรนด์คือความนุ่มและใส่สบาย การเปลี่ยนผ้าเพื่อประหยัดไม่กี่บาทอาจเสียลูกค้าประจำแทน
ราคาฝ้ายตอนนี้เป็นขาขึ้นหรือขาลงกันแน่
ทั้งสองอย่าง ขึ้นกับกรอบเวลา ณ 24 ก.ย. 2026 สัญญาฝ้ายล่วงหน้า ICE อยู่ราว 83.31 เซนต์/ปอนด์ ลดลงราว 5.7% ในรอบเดือน แต่ยังสูงกว่าปีก่อนราว 30.7% ส่วนราคาฝ้ายจริงส่งมอบเอเชีย (Cotlook A) อยู่ที่ 93.25 เซนต์/ปอนด์ เมื่อ 23 ก.ย. 2026 ภาพรวมทั้งปีจึงเป็นฐานราคาที่สูงขึ้น
จะสั่งเสื้อล็อตใหญ่ปลายปี ควรล็อกราคาไว้ก่อนไหม
ถ้าแผนขายชัดและรู้จำนวนแน่นอนแล้ว การยืนยันออร์เดอร์รวมรอบเดียวช่วยให้ได้ผ้าล็อตเดียวกันและราคาชุดเดียว แต่ถ้ายังไม่แน่ใจยอดขาย การล็อกปริมาณมากเกินตัวคือการย้ายความเสี่ยงจากราคาผ้าไปเป็นความเสี่ยงสต๊อกค้าง ซึ่งแพงกว่าสำหรับแบรนด์เล็ก
ค่าเงินบาทเกี่ยวอะไรกับราคาผ้าในไทย
เกี่ยวโดยตรง เพราะฝ้ายซื้อขายเป็นดอลลาร์ ณ 24 ก.ย. 2026 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33.49 บาท/ดอลลาร์ และเงินบาทอ่อนลงราว 2.5% ในรอบเดือน ต่อให้ราคาฝ้ายเป็นดอลลาร์ทรงตัว ต้นทุนวัตถุดิบเมื่อคิดเป็นเงินบาทก็ยังสูงขึ้นได้
แหล่งอ้างอิง
- USDA Economic Research Service — Cotton and Wool: Market Outlook (ปรับปรุง 18 ก.ย. 2026)
- Cotton Outlook — Cotlook A Index (ค่าดัชนี 13:30 GMT 23 ก.ย. 2026)
- Trading Economics — Cotton futures (24 ก.ย. 2026)
- Trading Economics — Thai Baht (USD/THB) (24 ก.ย. 2026)
- National Cotton Council — World Economic Outlook for 2026 (12 ก.พ. 2026)





