เชียงใหม่, ประเทศไทย
#แฟชั่น

ชุดไทยเข้าวาระยูเนสโกปลายปีนี้ เสนออะไรและลุ้นวันไหน

17 ตุลาคม 2569
ชุดไทยเข้าวาระยูเนสโกปลายปีนี้ เสนออะไรและลุ้นวันไหน

ชุดไทยยังไม่ได้ขึ้นบัญชียูเนสโก แฟ้ม "ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ" จะเข้าพิจารณาที่เมืองเซี่ยเหมิน 30 พ.ย.–5 ธ.ค. 2569 สิ่งที่เสนอคือความรู้และงานช่าง ไม่ใช่ตัวชุด และบัญชีนี้ไม่ใช่มรดกโลก

ชุดไทยยังไม่ได้ขึ้นบัญชียูเนสโก ตอนนี้เป็นรายการที่ไทยเสนอเข้า "บัญชีรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ" และจะรู้ผลในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลของยูเนสโก สมัยที่ 21 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม 2569 ที่เมืองเซี่ยเหมิน ประเทศจีน สิ่งที่ไทยเสนอไม่ใช่ตัวชุด แต่เป็นความรู้ งานช่าง และธรรมเนียมการแต่งกายชุดไทย

ชุดไทยที่ไทยเสนอยูเนสโกคืออะไร

รายการที่ไทยเสนอยูเนสโกใช้ชื่อเต็มว่า "ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ" (Chud Thai: knowledge, craftsmanship and practices of the Thai national costume) เป็นแฟ้มเลขที่ 2321 ในรอบปี 2026 (พ.ศ. 2569) ชื่อนี้บอกชัดว่าสิ่งที่เสนอคือความรู้และฝีมือของคน ไม่ใช่ชุดตัวใดตัวหนึ่ง

เหตุผลอยู่ที่มาตรา 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ค.ศ. 2003 ซึ่งนิยามมรดกประเภทนี้ว่าเป็นแนวปฏิบัติ ความรู้ และทักษะที่ชุมชนสืบทอดกันมา ส่วนวัตถุนับรวมด้วยในฐานะสิ่งที่เกี่ยวเนื่อง และงานช่างฝีมือดั้งเดิมก็เป็นหมวดหนึ่งที่อนุสัญญาระบุไว้

เดลินิวส์อธิบายตามข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรมว่า ชุดไทยเป็นทั้งธรรมเนียมที่คนไทยใส่ในงานรัฐพิธีและงานศาสนา และเป็นงานของช่างฝีมือ ตั้งแต่การทอผ้า การตัดเย็บ ไปจนถึงการปักลวดลาย

ยูเนสโกจะตัดสินชุดไทยเมื่อไหร่ และผลออกได้กี่แบบ

แฟ้มชุดไทยจะถูกตัดสินโดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก ในการประชุมสมัยที่ 21 ซึ่งหน้าเว็บของยูเนสโกระบุว่าจัดวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม 2569 ที่เซี่ยเหมิน ผลที่เป็นไปได้มีสามแบบ คือขึ้นบัญชี ไม่ขึ้นบัญชี หรือส่งแฟ้มกลับให้ส่งข้อมูลเพิ่ม (refer) ซึ่งแนวปฏิบัติของยูเนสโกให้ปรับแล้วยื่นใหม่ในรอบถัดไปได้

ก่อนวันประชุม คณะผู้ประเมิน (Evaluation Body) จะส่งรายงานพร้อมคำแนะนำหนึ่งในสามแบบนี้ให้คณะกรรมการ ตารางขั้นตอนของยูเนสโกระบุว่ารายงานจะเปิดให้ดูออนไลน์สี่สัปดาห์ก่อนการประชุม นับย้อนจาก 30 พฤศจิกายนจะตกราวต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 (เป็นการนับของบทนี้ ไม่ใช่วันที่ยูเนสโกประกาศ) ตอนที่เปิดดูเมื่อ 17 ตุลาคม 2569 วาระนี้บนหน้าเว็บการประชุมยังไม่มีเอกสารแนบ

ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ มีอะไรบ้าง

ชุดไทยพระราชนิยมคือชุดประจำชาติสำหรับสตรี 8 แบบ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2503 ตอนที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต้องโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปอย่างเป็นทางการ ขณะนั้นสตรีไทยยังไม่มีชุดประจำชาติที่เป็นแบบแผน จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ผู้เชี่ยวชาญค้นคว้าการแต่งกายสตรีไทยในอดีต แล้วผสมกับวิธีตัดเย็บสมัยใหม่

กรมประชาสัมพันธ์เล่าว่าช่วงแรกมีสมุดภาพ "หญิงไทย" เผยแพร่ 5 แบบ แล้วสร้างเพิ่มอีก 3 แบบ รวมเป็น 8 แบบ ชื่อแต่ละแบบมาจากพระที่นั่งหรือพระตำหนัก ลักษณะโดยย่อตามนิทรรศการของมหาวิทยาลัยมหิดลมีดังนี้

  • เรือนต้น ชุดลำลอง ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ผ้านุ่งป้ายยาวจรดข้อเท้า เสื้อคอกลมตื้น แขนสามส่วน
  • จิตรลดา ชุดกลางวัน คล้ายเรือนต้น แต่คอเสื้อมีขอบตั้งและแขนยาวจรดข้อมือ
  • อมรินทร์ ชุดพิธีกลางคืน แบบเดียวกับจิตรลดา แต่ใช้ผ้ายกไหมที่มีทองแกมหรือยกทอง
  • บรมพิมาน เสื้อแขนยาวคอกลมมีขอบตั้ง ตัวเสื้อกับผ้านุ่งติดกัน นุ่งจีบคาดเข็มขัดไทย
  • จักรี ท่อนบนเปิดไหล่ข้างหนึ่งเป็นสไบ ตัดเย็บติดกับผ้านุ่งจีบ
  • จักรพรรดิ ห่มผ้าสองชั้น ชั้นในเป็นสไบจีบ แล้วห่มสะพักทับ
  • ดุสิต เสื้อคอกว้างไม่มีแขน ปักดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด
  • ศิวาลัย แบบเดียวกับบรมพิมาน แต่ห่มสะพักทับอีกชั้น

ส่วนชุดของสุภาพบุรุษมี 3 แบบ ตามที่เดลินิวส์รายงาน ใครอยากรู้ว่าผ้าไหมแบบไหนเป็นไหมแท้ อ่านต่อได้ที่ ผ้าไหมแท้ดูยังไง ตรานกยูง 4 สีบอกอะไร

ขึ้นบัญชียูเนสโกไม่ได้แปลว่าเป็น "มรดกโลก"

บางพาดหัวข่าวเรียกเรื่องนี้ว่ามรดกโลก แต่บัญชีที่ชุดไทยลุ้นอยู่คือบัญชีรายการตัวแทนตามอนุสัญญาปี 2003 ซึ่งเป็นคนละฉบับกับอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ ค.ศ. 1972 ที่ใช้กับโบราณสถานและแหล่งธรรมชาติ มาตรา 3 ของอนุสัญญาปี 2003 ก็อ้างถึงอนุสัญญาปี 1972 ในฐานะอีกฉบับหนึ่ง การเรียกชุดไทยว่า "มรดกโลก" จึงคลาดเคลื่อน

การขึ้นบัญชีก็ไม่ได้ทำให้ใครเป็นเจ้าของวัฒนธรรม ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวตามรายงานของ The Standard เมื่อ 8 กรกฎาคม 2568 ว่าการเสนอขึ้นทะเบียน "ไม่ใช่การประกาศความเป็นเจ้าของทางวัฒนธรรม" พร้อมยกตัวอย่างเคบายาที่ห้าประเทศรวมไทยเสนอร่วมกัน

สิ่งที่ตามมาจริงคือภาระของรัฐ เกณฑ์ข้อ R.3 กำหนดให้แฟ้มต้องมีมาตรการสงวนรักษา และหลังขึ้นบัญชี ประเทศต้องรายงานสถานะของรายการต่อยูเนสโกเป็นระยะ (periodic reporting)

เส้นทางของชุดไทยก่อนถึงเซี่ยเหมิน

แฟ้มชุดไทยใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้าวาระ ตามรายงานของ The Standard และเดลินิวส์ ชุดไทยขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติในปี 2566 แล้วคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 26 มีนาคม 2567 ให้เสนอต่อยูเนสโก ส่วนแบบเสนอบนเว็บไซต์ยูเนสโกลงวันที่ 29 กันยายน 2568

ช่วงใกล้ประชุม The Reporters รายงานเมื่อ 1 ตุลาคม 2569 ว่ากรมส่งเสริมวัฒนธรรมส่งเยาวชนไทย 12 คนไปปารีส โดยมีกำหนดขึ้นเวทีการประชุมสันติภาพนานาชาติที่ยูเนสโก ชุดที่ใส่มีทั้งชุดไทยพระราชนิยมจากผ้าไหมยกดอกลายลูกแก้ว และเสื้อพระราชทานจากผ้าไหมมัดหมี่ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

ถ้าผ่าน ชุดไทยจะเป็นรายการที่ 7 ของไทยในบัญชีของยูเนสโก ต่อจากโขน (2561) นวดไทย (2562) โนรา (2564) สงกรานต์ (2566) ต้มยำกุ้ง และเคบายา (2567) ส่วนผ้าไทยที่ผูกกับภูมิปัญญาท้องถิ่นยังมีอีกหลายชนิด เช่น หม้อห้อม ผ้าย้อมครามเมืองแพร่

คำถามที่พบบ่อยเรื่องชุดไทยกับยูเนสโก

ตอนนี้ชุดไทยขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโกแล้วหรือยัง

ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ตอนที่เปิดดูเมื่อ 17 ตุลาคม 2569 หน้าวิดีโอประกอบแฟ้มชุดไทยบนเว็บไซต์ยูเนสโกยังระบุว่า "not inscribed" หรือยังไม่ขึ้นบัญชี ผลจะออกในการประชุมคณะกรรมการสมัยที่ 21 ที่เซี่ยเหมิน ระหว่าง 30 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม 2569 ซึ่งอาจออกมาเป็นขึ้นบัญชี ไม่ขึ้นบัญชี หรือส่งแฟ้มกลับให้ไทยส่งข้อมูลเพิ่ม

ถ้าชุดไทยขึ้นบัญชียูเนสโกแล้ว ร้านตัดชุดไทยยังตัดเย็บและขายได้ตามปกติไหม

การขึ้นบัญชียูเนสโกไม่ได้ห้ามการตัดเย็บหรือขาย ตัวบทอนุสัญญาปี 2003 ไม่มีมาตราที่ห้ามคนทั่วไปตัดเย็บหรือขายสิ่งที่ขึ้นบัญชี มาตรา 3 ยังเขียนว่าอนุสัญญานี้ไม่กระทบสิทธิและหน้าที่ตามตราสารระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งที่ตามมาคือหน้าที่ของรัฐในการสงวนรักษาและรายงานสถานะต่อยูเนสโกเป็นระยะ

กัมพูชาเสนอประเพณีแต่งงานในรอบเดียวกัน จะเกี่ยวกับชุดไทยไหม

รายชื่อแฟ้มรอบปี 2026 ของยูเนสโกมีแฟ้ม "Traditional Khmer wedding" ของกัมพูชาจริง (เลขที่ 2325) แต่ The Standard รายงานเมื่อกรกฎาคม 2568 ว่ากระทรวงวัฒนธรรมตรวจแล้วยังไม่พบหลักฐานว่ามีการอ้างหรือแทรกชุดไทยในแฟ้มนั้น ปลัดกระทรวงยกตัวอย่างโขนของไทยกับละครโขลของกัมพูชาที่เสนอแยกกันในปี 2561 โดยไม่เกิดความขัดแย้ง

แหล่งอ้างอิง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ภาพมาโครเปรียบเทียบหมึกยางที่นูนเป็นชั้นเงาอยู่บนผิวผ้า กับหมึกจมที่ซึมลงไปในเนื้อผ้าจนสัมผัสเรียบ บนเสื้อคอตตอนตัวเดียวกัน

หมึกสกรีนเสื้อ หมึกยาง vs หมึกจม ต่างกันยังไง

จะสั่งสกรีนเสื้อแบบซิลค์สกรีนทั้งที หลายคนสงสัยว่า หมึกสกรีนเสื้อ มีกี่แบบ และแต่ละแบบให้ผลต่างกันยังไง เพราะเลือกหมึกผิดประเภท ลายที่ได้อาจแข็งกระด้าง ระบายอากาศไม่ดี หรือสีจมหายไปกับเนื้อผ้าจนไม่เด่นอย่างที่ตั้งใจ คำตอบคือหมึกซิลค์สกรีนที่ใช้กันมากมี 2 กลุ่มหลัก — หมึกยางที่ลอยนูนอยู่บนผิวผ้า กับ หมึกจมที่ซึมเข้าเนื้อผ้าให้สัมผัสเนียนนุ่ม บทความนี้อธิบายความต่างของทั้งสองแบบ ข้อดี-ข้อจำกัด และแนะนำว่างานแบบไหนควรเลือกหมึกชนิดใด พร้อมราคาและขั้นต่ำงานซิลค์สกรีนจริงจากโรงงาน Anajak

ภาพมาโครเสื้อยืดคอตตอนสองตัวพับซ้อนกันให้ขอบผ้าชนกัน ตัวหนึ่งเนื้อหนาแน่น อีกตัวบางเนียน เห็นความต่างของความหนาผ้าชัดเจน

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? เสื้อยืดกี่แกรมดี

ผ้า 20s กับ 32s ต่างกันยังไง? ต่างกันที่ เบอร์เส้นด้าย (yarn count) ที่ใช้ถักเสื้อเป็นหลัก — เลข 20s หมายถึงเส้นด้ายเบอร์ 20 ที่เส้นหนากว่า ทำให้ได้ผ้าหนาแน่นอยู่ทรง ส่วน 32s คือเส้นด้ายเบอร์ 32 ที่เล็กและละเอียดกว่า เนื้อผ้าจึงบางเบาและเนียนกว่า จุดต่างนี้ส่งผลตั้งแต่ความหนา น้ำหนัก ทรงเสื้อ ไปจนถึงราคาและงานที่เหมาะ หลายคนสั่งเสื้อแล้วได้เนื้อหนาเกินจนใส่ร้อน หรือบางเกินจนดูไม่มีราคา เพราะดูแค่ว่า 'กี่แกรม' โดยไม่เข้าใจว่าเบอร์เส้นด้ายกับแกรมสัมพันธ์กันอย่างไร บทความนี้อธิบายความต่างของผ้า 20s กับ 32s (รวมถึง 30s ที่อยู่ตรงกลาง) และสรุปว่าเสื้อยืดกี่แกรมเหมาะกับงานแบบไหน พร้อมสเปกจริง ราคาเริ่มต้น และความหนาแต่ละรุ่นจากโรงงาน Anajak เพื่อให้เลือกผ้าได้ตรงงานตั้งแต่ครั้งแรก

ภาพในโรงงาน มือกำลังลอกแผ่นฟิล์มลายดอกไม้สีสดออกจากเสื้อที่พับไว้ ข้างๆ มีกรอบตะแกรงและยางปาดหมึกวางอยู่

DTF กับ ซิลค์สกรีน เลือกแบบไหนดี? เทียบครบทุกมุม

จะสกรีนเสื้อทั้งที ควรเลือก DTF กับ ซิลค์สกรีน แบบไหนดี? ทั้งสองเทคนิคนิยมกันมากในไทย แต่ให้ผลลัพธ์ ราคา และความคุ้มที่ต่างกันชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อจำนวนที่สั่งและจำนวนสีของลายไม่เท่ากัน เลือกผิดอาจจ่ายแพงเกินจำเป็น หรือได้งานไม่ตรงกับที่ต้องการ บทความนี้เทียบ DTF (Direct to Film) กับ ซิลค์สกรีน (บล็อกสกรีน) ให้ครบทุกมุม ทั้งวิธีพิมพ์ ความคมชัด ความทน เนื้อผ้าที่รองรับ และราคาจริงจากโรงงาน Anajak พร้อมสรุปให้ชัดว่างานแบบไหนควรใช้เทคนิคใด เพื่อให้คุณเลือกได้ถูกตั้งแต่ก่อนสั่ง

ความคิดเห็น

ระบบความคิดเห็นจะเปิดใช้งานเร็วๆ นี้

ทักไลน์ได้ตลอดเวลา

พร้อมเริ่มผลิต
กับเราแล้วหรือยัง?

ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและใบเสนอราคาที่เหมาะกับคุณที่สุด

ปรึกษาฟรีใบเสนอราคาใน 24 ชม.ไม่มีขั้นต่ำ